ริบบิ้นไว้อาลัย
การแสดงผลตัวอักษร
1764 ศูนย์บริการข้อมูล
TH EN
image banner

สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

ส.ป.ก. เข้าร่วมการเสวนา ในหัวข้อ The Intersection of Forest, Water, and Agriculture: Challenges and Opportunities ภายใต้งาน The Future of Water: AI, Weather Resilience, and Frontier Technologies for Water Security

ตุลาคม 30, 2569 | กิจกรรม ส.ป.ก.

ส.ป.ก. เข้าร่วมการเสวนา ในหัวข้อ The Intersection of Forest, Water, and Agriculture: Challenges and Opportunities ภายใต้งาน The Future of Water: AI, Weather Resilience, and Frontier Technologies for Water Security

          วันที่ 29 ตุลาคม 2569 เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ได้มอบหมายให้ สำนักวิชาการและแผนงาน (สวผ.) โดย นางสาวอาภาพรรณ พัฒนพันธุ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการปฏิรูปที่ดิน เข้าร่วมการเสวนา ในหัวข้อ The Intersection of Forest, Water, and Agriculture: Challenges and Opportunities ภายใต้งาน The Future of Water: AI, Weather Resilience, and Frontier Technologies for Water Security จัดโดย ธนาคารกรุงเทพ ร่วมกับคณาจารย์จาก Massachusetts Institute of Technology (MIT) ณ โรงแรม Waldorf Astoria Bangkok และมีนางสาวฐิติยา พาณิชยเวชสันติ ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยและพัฒนาการปฏิรูปที่ดิน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงานดังกล่าว

          ภายในงานเป็นการสะท้อนผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและแรงกดดันจากการใช้ทรัพยากรที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ทั่วโลกเผชิญกับความท้าทายด้านน้ำมากขึ้น ขณะเดียวกัน นวัตกรรมทางเทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงด้านน้ำและความสามารถในการรับมือกับความเสี่ยง จึงมุ่งเน้นการนำปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) การใช้ข้อมูล (Data-driven Approaches) และเทคโนโลยีสมัยใหม่ มาใช้สนับสนุนการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน เสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ระบบน้ำและระบบเกษตรกรรม ตลอดจนเพิ่มขีดความสามารถในการรับมือกับความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอีกทั้ง ยังเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ แนวปฏิบัติที่ดี และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาควิชาการ ภาคเอกชน และภาครัฐ เพื่อพัฒนาแนวทางแก้ไขปัญหาด้านน้ำของประเทศไทยให้มีความมั่นคงและยืดหยุ่นในระยะยาว

          นอกจากนี้ นางสาวอาภาพรรณ พัฒนพันธุ์ ยังเน้นย้ำกับผู้เข้าร่วมงานว่าการแก้ปัญหาดังกล่าวต้องเน้นการบูรณาการในภาพรวม ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคการศึกษาต้องร่วมมือกันขับเคลื่อนภายใต้ข้อมูลและแผนที่ชุดเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ป่าไม้ พื้นที่แหล่งน้ำ หรือพื้นที่เกษตรกรรมเพื่อให้สามารถดำเนินแผนการพัฒนาเชิงรุกได้และสามารถนำข้อมูลไปวางแผนและคาดการณ์การรับมือหรือการปรับตัวได้ในอนาคตและยังต้องหามาตรการจูงใจให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนการทำเกษตรเชิงเดี่ยวไปสู่การทำเกษตรกรรมยั่งยืนที่สามารถตอบโจทย์การเพิ่มพื้นที่สีเขียวของประเทศไทยได้อีกด้วย

ข่าว/ภาพ กลุ่มวิจัยและพัฒนาการปฏิรูปที่ดิน สำนักวิชาการและแผนงาน

ป้ายกำกับ
ล่าสุด