กรกฎาคม 26, 2569 | กิจกรรม ส.ป.ก.
"วัชระพล" คิกออฟ “โครงการปลูกเพื่อเปลี่ยนฯ น้อมนำศาสตร์พระราชาพลิกฟื้นผืนดินปฏิรูปสู่พื้นที่สีเขียว
“วัชระพล” คิกออฟโครงการใหญ่ “ปลูกเพื่อเปลี่ยน เปลี่ยนเพื่อยั่งยืน เทิดไท้องค์ทศมราชา” ณ พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด จังหวัดอุดรธานี มุ่งพลิกฟื้นผืนดินปฏิรูปสู่พื้นที่สีเขียว พร้อมน้อมนำศาสตร์พระราชา "ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง" สร้างความยั่งยืนพร้อมกันทั่วประเทศ
วันนี้ (26 กรกฎาคม 2569) ณ พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด ตำบลกุดสระ อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดโครงการ “ปลูกเพื่อเปลี่ยน เปลี่ยนเพื่อยั่งยืน เทิดไท้องค์ทศมราชา” เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเขตปฏิรูปที่ดิน การจัดงานในวันนี้ มีกิจกรรมสำคัญ ประกอบด้วย การมอบพันธุ์ไม้ และการสร้างการรับรู้เรื่องป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง และการร่วมกันปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเขตปฏิรูปที่ดินพร้อมกันทั่วประเทศ โดยมีผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ส.ป.ก. หน่วยงานบูรณาการที่เกี่ยวข้อง เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินเข้าร่วมกว่า 1,000 ราย พร้อมผ่านระบบออนไลน์จากสำนักงาน ส.ป.ก. อีก ๗๑ จังหวัดทั่วประเทศไปพร้อมๆกันอีกด้วย
นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า เนื่องในโอกาสอันเป็นมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2569 นับเป็นนิมิตหมายอันดี ที่ข้าราชการและเจ้าหน้าที่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม(ส.ป.ก.) จัดกิจกรรม“ปลูกเพื่อเปลี่ยน เปลี่ยนเพื่อยั่งยืน เทิดไท้องค์ทศมราชา” ภายใต้แนวคิด “หนึ่งต้นที่ปลูกคือการเปลี่ยนแปลง เปลี่ยนอนาคตที่ยั่งยืนของแผ่นดิน” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเขตปฏิรูปที่ดิน เพื่อร่วมกันแสดงออกถึงความจงรักภักดี และน้อมนำพระราชปณิธาน “สืบสาน รักษา และต่อยอด” ด้านการป่าไม้ การฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าเสื่อมโทรม มาสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการน้อมนำแนวคิดป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง มาใช้ขับเคลื่อนในพื้นที่ปฏิรูปที่ดิน โดยการปลูกป่า 3 อย่าง ประกอบด้วย หนึ่ง ไม้ใช้สอย คือ ปลูกไว้สร้างที่อยู่อาศัยและเครื่องมือทำกิน สอง ไม้กินได้ คือ ปลูกไว้เป็นอาหาร สมุนไพร และสร้างความมั่นคงทางอาหารในครัวเรือน และ สาม ไม้เศรษฐกิจ คือ ปลูกไว้เพื่อสร้างรายได้และเป็นหลักประกันในอนาคต โดยการผสมผสานป่าทั้ง 3 อย่างนี้ จะนำมาซึ่ง ‘ประโยชน์ 4 อย่าง’ ที่สำคัญ คือ มีพอกิน มีพอใช้ มีพออยู่ และประการสุดท้ายที่สำคัญคือ ‘การช่วยอนุรักษ์ดินและน้ำ’ คืนความสมดุลและความชุ่มชื้นให้แก่ระบบนิเวศในเขตปฏิรูปที่ดิน"
“กิจกรรมปลูกเพื่อเปลี่ยน เปลี่ยนเพื่อยั่งยืน เทิดไท้องค์ทศมราชา” ที่จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “หนึ่งต้นที่ปลูกคือการเปลี่ยนแปลง เปลี่ยนอนาคตที่ยั่งยืนของแผ่นดิน” ถือเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียว ยกระดับมูลค่าที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินด้วยการส่งเสริมการทำเกษตรกรรมยั่งยืนและการปลูกไม้ยืนต้น หรือไม้เศรษฐกิจในพื้นที่ ทั้งนี้การ “ปลูกเพื่อเปลี่ยน”นั้น ไม่ใช่เพียงแค่การเพิ่มจำนวนต้นไม้เท่านั้นแต่เป็นการสร้างความเปลี่ยนแปลงในทุกมิติ ทั้งการปลูกต้นไม้เพื่อฟื้นฟูผืนดิน ฟื้นฟูสภาพภูมิอากาศ เพื่อดูดซับคาร์บอน ปลูกความรักความเข้มแข็งในชุมชน ปลูกจิตสำนึก ปลูกการมีส่วนร่วม และปลูกความพอเพียง เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร ปลูกอาชีพเพื่อเพิ่มรายได้ และปลูกภูมิปัญญาเพื่อสืบทอดคุณค่าจากรุ่นสู่รุ่น อันจะนำไปสู่การปลูกความยั่งยืนให้คน ป่า และชุมชน เติบโตไปด้วยกัน” นายวัชระพล กล่าว
ด้านนายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) กล่าวเพิ่มเติมว่า ส.ป.ก. ถึงวัตถุประสงค์ ได้น้อมนำพระปฐมบรมราชโองการที่สะท้อนถึงพระราช ปณิธาน “สืบสาน รักษา และต่อยอด” ในด้านการฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่า เสื่อมโทรม ส่งเสริมการพึ่งพาอาศัยธรรมชาติอย่างเกื้อกูล และการนำแนวคิดป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง มาสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมในพื้นที่ปฏิรูปที่ดิน โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว พัฒนาศักยภาพ และมูลค่าเพิ่มให้ที่ดิน ตลอดจนสร้างระบบการเกษตรที่มีความสมดุลทางเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และระบบนิเวศในเขตปฏิรูปที่ดิน ซึ่งที่ผ่านมา ส.ป.ก. ได้ดำเนินงานด้านอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพแวดล้อม และส่งเสริมการปลูกไม้ยืนต้น ไม้มีค่า มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดรับกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ด้านการ สร้างความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็น มิตรต่อสิ่งแวดล้อม แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๓ ตลอดจน แผนปฏิบัติ ราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการบริหารจัดการที่ดินในพื้นที่เกษตรกรรมอย่างยั่งยืนทั้งปัจจุบันและอนาคต
ข่าว/ภาพ : กลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักบริหารกลาง