กรกฎาคม 23, 2569 | กิจกรรม ส.ป.ก.
ส.ป.ก. เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการด้านการเกษตร (COAG) สมัยที่ 30 ณ กรุงโรม สาธารณรัฐอิตาลี เสนอถ้อยแถลงเกี่ยวกับการบริหารจัดการที่ดินและน้ำอย่างยั่งยืน
วันที่ 21 กรกฎาคม 2569 นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) พร้อมด้วยนายอัครเดช ร่มโพธิ์เย็น ผู้อำนวยการสำนักจัดการปฏิรูปที่ดิน นายสรรเพชร พูลศิริ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาพื้นที่ปฏิรูปที่ดิน นางสาวแพรรวี เคหะสุวรรณ ผู้อำนวยการกลุ่มบริหารสินเชื่อ และนางสาวจิรนันท์ เสนานุช นักวิชาการปฏิรูปที่ดินชำนาญการ เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการด้านการเกษตร (Committee on Agriculture: COAG) สมัยที่ 30 ขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (The Food and Agriculture Organization: FAO) ณ สำนักงานใหญ่ FAO กรุงโรม สาธารณรัฐอิตาลี
ที่ประชุมมีการแลกเปลี่ยนแนวคิดการใช้ประโยชน์และอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ รวมทั้งการบริหารจัดการที่ดินและน้ำอย่างยั่งยืนผ่านกลยุทธ์บูรณาการของ FAO
ทั้งนี้ ส.ป.ก. ได้เสนอถ้อยแถลงเกี่ยวกับการบริหารจัดการที่ดินและน้ำอย่างยั่งยืน ผ่านยุทธศาสตร์แบบบูรณาการของ FAO โดยแสดงความยินดีต่อความคืบหน้าในการบูรณาการประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความหลากหลายทางชีวภาพ และการบริหารจัดการที่ดินและน้ำของ FAO พร้อมยืนยันว่าภารกิจหลักของ ส.ป.ก. ในการจัดที่ดินทำกินให้เกษตรกรผู้ไร้ที่ดิน การส่งเสริมเกษตรผสมผสานและวนเกษตรเพื่อเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ การพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรควบคู่กับการบริหารจัดการโดยชุมชน และการเสริมสร้างความมั่นคงในการเข้าถึงที่ดิน สอดคล้องโดยตรงกับแนวทางบูรณาการของ FAO
นอกจากนี้ ส.ป.ก. ได้เน้นย้ำว่าความมั่นคงในการถือครองที่ดิน เป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้เกษตรกรกล้าลงทุนระยะยาวในการฟื้นฟูดิน อนุรักษ์น้ำ และปรับใช้แนวปฏิบัติที่เป็นมิตรต่อสภาพภูมิอากาศ และเชิญชวนให้ประเทศสมาชิก FAO มีส่วนร่วมในการพัฒนางานด้านระบบกระจายน้ำและงานจัดที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ผ่านโครงการความร่วมมือระหว่างประเทศ กับ ส.ป.ก. โดยสนับสนุนการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และการถ่ายทอดเทคโนโลยีระหว่างกัน รวมถึงสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนด้านการเกษตรสำหรับเกษตรกรรายย่อยและชุมชนชนบท
คณะผู้แทน ส.ป.ก. ยังได้เยี่ยมชมนิทรรศการภายในงาน COAG สมัยที่ 30 ของ FAO เช่น นิทรรศการ ระบบมรดกทางการเกษตรโลก (Globally Important Agricultural Heritage Systems: GIAHS) ซึ่งนำเสนอความสำเร็จของชุมชนทั่วโลกในการอนุรักษ์วิถีการทำเกษตรแบบดั้งเดิมที่ผสมผสานความหลากหลายทางชีวภาพ ระบบนิเวศที่ยืดหยุ่น และมรดกทางวัฒนธรรมเข้าด้วยกันอย่างลงตัว โดย ส.ป.ก. เล็งเห็นว่าแนวคิดดังกล่าวสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในพื้นที่เขตปฏิรูปที่ดินของไทย เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการทำเกษตรกรรม ควบคู่ไปกับการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงเกษตร และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตของชุมชนต่อไป