พฤษภาคม 14, 2569 | กิจกรรม ส.ป.ก.
วันพฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) มอบหมายให้ นายวินัย เมฆดำ ผู้ตรวจราชการกรม พร้อมด้วย นางสาวปิยะนาฏ เทียนแขก ปฏิรูปที่ดินจังหวัดจันทบุรี ร่วมติดตามรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช) ลงพื้นที่ตรวจราชการ และติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานตามนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
โดยมีนายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ให้การต้อนรับและนำคณะฯ เยี่ยมชมการดำเนินงานแปลงทุเรียนของนางสาวศิลาพร ทองรอด รองประธานแปลงใหญ่ทุเรียนศาลทราย ตั้งอยู่ที่ตำบลคลองพลู อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตร โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดจันทบุรีได้ส่งเสริมให้เกษตรกรรวมกลุ่มบริหารจัดการการผลิตในรูปแบบแปลงใหญ่ โดยนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านการเกษตรมาใช้ในการบริหารจัดการสวนทุเรียน อาทิ การจัดการสวนในภาวะสภาพอากาศแปรปรวน การบริหารจัดการน้ำ การตรวจวิเคราะห์เปอร์เซ็นต์น้ำหนักเนื้อแห้งก่อนตัดเพื่อควบคุมคุณภาพผลผลิต ตลอดจนการพัฒนามาตรฐานการผลิต เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภคและประเทศคู่ค้า นอกจากนี้ยังเป็นการขับเคลื่อนนโยบายตลาดนำการผลิต โดยมุ่งเน้นการผลิตทุเรียนคุณภาพที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด การลดปัญหาทุเรียนด้อยคุณภาพ และการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าเกษตรไทยในตลาดโลก ควบคู่กับการส่งเสริมให้เกษตรกรสามารถปรับตัวต่อสถานการณ์ภัยธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาชีพและความยั่งยืนภาคการเกษตรในระยะยาว
จากนั้นเยี่ยมชมวิสาหกิจชุมชนมังคุดแปลงใหญ่คิชฌกูฏ ตั้งอยู่หมู่ที่ 4 ตำบลชากไทย อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี ซึ่งมีการนำนโยบายเกษตรนวัตกรรม เพื่อความยั่งยืนเกษตรกรไทยมาใช้ในการดำเนินงาน โดยเฉพาะด้านตลาดนำการผลิต ซึ่งวิสาหกิจชุมชนฯ ได้พัฒนาระบบตลาดประมูลมังคุดเชื่อมโยงผลผลิตจากเกษตรกรสู่ผู้ซื้อโดยตรง เพื่อสร้างความสมดุลด้านการตลาด ลดปัญหาการถูกกดราคาจากพ่อค้าคนกลาง และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการผลผลิตในช่วงฤดูกาล นอกจากนี้ ยังสอดคล้องกับนโยบายการเพิ่มรายได้เกษตรกรและสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตร โดยมีการพัฒนาคุณภาพผลผลิตมังคุด การสร้างแบรนด์ KMK และการยกระดับมาตรฐานสินค้า เพื่อเพิ่มมูลค่า สร้างความเชื่อมั่นแก่ตลาด และเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกมังคุดในพื้นที่ ทั้งนี้ วิสาหกิจชุมชนฯ ยังเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายด้านการพัฒนาศักยภาพเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร ผ่านการส่งเสริมการรวมกลุ่มเกษตรกรในรูปแบบแปลงใหญ่และวิสาหกิจชุมชน เพื่อสร้างความเข้มแข็งในการบริหารจัดการผลผลิต การตลาดและการสร้างอำนาจต่อรอง ตลอดจนพัฒนาเกษตรกรให้สามารถบริหารจัดการธุรกิจชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในด้านการยกระดับการผลิตด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม วิสาหกิจชุมชนฯ ได้มีการพัฒนาระบบตลาดประมูลและระบบบริหารจัดการผลผลิตอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการเชื่อมโยงเครือข่ายด้านการตลาด
และการบริหารจัดการผลผลิตอย่างเป็นระบบ เพื่อรองรับความต้องการของตลาดและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าเกษตร อีกทั้งยังสอดคล้องกับนโยบายการสร้างความยั่งยืนภาคการเกษตร โดยมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกร สร้างความมั่นคงด้านรายได้ และพัฒนาระบบตลาดมังคุดให้เกิดความสมดุลและยั่งยืนตลอดห่วงโซ่การผลิต อันจะนำไปสู่ความเข้มแข็งของภาคเกษตรในระยะยาวต่อไป
ข่าว/ภาพ : จันทิมา อ่ำแจ่ม
ประสานข้อมูล : อลงกรณ์ ซอนจำปา