การแสดงผลตัวอักษร
1764 ศูนย์บริการข้อมูล
TH EN
image banner

สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

ส.ป.ก. และ มว. ร่วมลงนาม MOU รุกพัฒนาเทคโนโลยีเกษตร เสริมศักยภาพเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินสู่สากล

เมษายน 7, 2569 | กิจกรรม ส.ป.ก.

ส.ป.ก. และ มว. ร่วมลงนาม MOU รุกพัฒนาเทคโนโลยีเกษตร เสริมศักยภาพเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินสู่สากล

     นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (เลขาธิการ ส.ป.ก.) ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เรื่อง การยกระดับเกษตรกรรมไทยด้วยมาตรวิทยาและนวัตกรรม ระหว่าง สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) และ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ (มว.) โดยมี พลตำรวจโท พรชัย สุธีรคุณ ผู้อำนวยการสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ (ผอ.มว.) เป็นผู้แทน ร่วมลงนามในครั้งนี้ พร้อมด้วย นายกฤษณะ ดีปาละ รองเลขาธิการ ส.ป.ก. นายธเนตร พารา ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยี นายสรรเพชร พูลศิริ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาพื้นที่ปฏิรูปที่ดิน นางดาวรุ่ง ตันติไวทยพันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักจัดการแผนที่และสารบบที่ดิน นางอาทิตยา พองพรหม ผู้เชี่ยวชาญด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน นายวิสุทธิ์ เลิศไกร ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบและพัฒนาระบบการเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดิน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 206 ชั้น 2 อาคารมาตรธำรง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ในวันที่ 7 เมษายน 2569

     สำหรับการลงนาม MOU ในครั้งนี้ เพื่อส่งเสริมและพัฒนนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดิน การใช้ประโยชน์ที่ดินภาคการเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดความยั่งยืน สู่การยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินต่อไป โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตรที่เหมาะสมแก่เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน ให้เกิดการยกระดับการประกอบการเกษตรของเกษตรกรให้ดีขึ้น สนับสนุนเครื่องมือและอุปกรณ์ด้านเทคโนโลยีด้านการเกษตรที่เหมาะสม แก่เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน สร้างและพัฒนากลไกการขับเคลื่อนและขยายผลงานด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดิน

     เลขาธิการ ส.ป.ก. กล่าวว่า ส.ป.ก. ได้กำหนดทิศทางการดำเนินงานภายใต้แนวคิด "สร้างสิทธิ เสริมทุน หนุนเกษตร" โดยมุ่งเน้นการยกระดับสิทธิในที่ดิน การเพิ่มโอกาศในการเข้าถึงแหล่งทุน และการเสริมศักยภาพเกษตรกรให้สามรถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยื่น ควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และระบบสนับสนุนที่จำเป็นต่อการทำเกษตรยุคใหม่ การลงนามกับ มว. ในครั้งนี้ มีความสำคัญในเชิงยุทธศาสตร์โดยจะเข้ามาเดิมเต็มมิติของ "ความแม่นยำ มาตรฐาน และความน่าเชื่อถือ" ในกระบวนการผลิตภาคการเกษตรไทย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเพิ่มขีดความสามารถใยการแข่งขัน ทั้งในระดับประเทศและระดับสากล ทั้งนี้จะร่วมกันถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยี และนวัตกรรมที่เหมาะสม สนับสนุนเครื่องมือและระบบที่จำเป็น รวมถึงการพัฒนาศักยภาพบุคลากร และผู้นำเกษตรกร ให้สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้จริง และขยายผลสู่พื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้ทรัพยากรและศักยภาพที่มี เพื่อให้เกิดผลลัพธ์เชิงรูปธรรมต่อเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินโดยเร็ว และเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นต้นแบบของการบูรณาการระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ที่สามารถต่อยอด ขยายผล และยกระดับเกษตรกรไทยให้ก้านทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

      ด้าน ผอ.มว. กล่าวเพิ่มเติม MOU ฉบับนี้มีสาระสำคัญใยการส่งเสริมและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตรที่เหมาะสมแก่เกษตรกรและสถาบันเกษตรกร สนับสนุนเครื่องมือและอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการประกอบอาชีพ รวมทั้งการพัฒนากลไกในการขับเคลื่อนและขยายผลการประยุกต์ใช้นวัตกรรมให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมในพื้นที่ปฏิรูปที่ดิน ความร่วมมือดังกล่าวจะมีส่วนสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์ที่ดินทางการเกษตร เสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขันของภาคเกษตรกรรม และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้มีความมั่นคงและยั่งยืน อันสอดคล้องกับแนวนโยบายการพัฒนาประเทศระยะยาว ขอแสดงความชื่นชมต่อึวามมุ่งมั่นและความร่วมมืออันเข้มแข็งของทั้งสองหน่วยงาน ที่ได้ร่วมกันผลักดันให้เกิดบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ขึ้นและหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการดำเนินงานภายใต้กรอบความร่วมมือนี้ จะบรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ทุกประการ

ข่าว/ภาพ : ภาคีนัย กลิ่นกุล

 

 

 


 

ป้ายกำกับ
ล่าสุด