การแสดงผลตัวอักษร
1764 ศูนย์บริการข้อมูล
TH EN
image banner

สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

ส.ป.ก. ร่วมงาน ครบรอบ 134 ปี “กษ.เดินหน้ายกระดับภาคเกษตร มุ่งเพิ่มรายได้และมีคุณภาพชีวิตที่ดีแก่เกษตรกรไทย”

เมษายน 1, 2569 | กิจกรรม ส.ป.ก.

ส.ป.ก. ร่วมงาน ครบรอบ 134 ปี “กษ.เดินหน้ายกระดับภาคเกษตร มุ่งเพิ่มรายได้และมีคุณภาพชีวิตที่ดีแก่เกษตรกรไทย”

       วันที่ 1 เมษายน 2569 นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม(ส.ป.ก.) พร้อมด้วย นายวัฒนา มังธิสาร, นายปรีชา ลิ้มถวิล, นายกฤษณะ ดีปาละ รองเลขาธิการ ส.ป.ก. ร่วมงานวันคล้ายวันสถาปนา ครบรอบ 134 ปี โดยมี นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธี และคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วม ณ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถนนราชดำเนินนอก เขตพระนคร กรุงเทพฯ

       ภายในงานพิธี มีการสักการะสิ่งศักดิ์ประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พิธีสงฆ์ และถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ ต่อมาปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงานวันสถาปนากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เนื่องในโอกาสครบรอบ 134 ปี ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ห้อง 115) โดยประธานในพิธีมอบเกียรติบัตรและเครื่องหมายเชิดชูเกียรติ “สืบสานเกษตรกรรมยั่งยืน” ประจำปี พ.ศ. 2568 ให้แก่ผู้ทรงคุณค่า จำนวน 27 ท่าน (นายปรีชา ลิ้มถวิล รองเลขาธิการ ส.ป.ก. เป็นตัวแทนของ ส.ป.ก. รับมอบ) และมอบโล่เชิดชูเกียรติพนักงานราชการดีเด่น ประจำปี 2568 ของสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อีกจำนวน 4 ท่าน ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ตระหนักถึงความสำคัญของภาคการเกษตรในฐานะ “ภาคการผลิตที่สำคัญที่สุดของประเทศ” ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และพัฒนาสังคมเกษตรกรรมของไทยโดยมีกลไกที่สำคัญ อาทิ 1) จำนวนประชากรในภาคเกษตรกว่า 30 ล้านคน ครอบคลุมทั้งเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเป็นสมาชิกภายในครัวเรือนเกษตรกรเป็นแรงงานที่อยู่ในภาคการเกษตร ซึ่งเป็นกลุ่มประชากรที่เป็นทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภคกลุ่มใหญ่ที่สุดของประเทศ 2) เป็นฐานทรัพยากรสำคัญ โดยพื้นที่เกษตรกรรมกว่า 149 ล้านไร่ รวมถึงการทำการเกษตรสมัยใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงที่มีส่วนสำคัญในการหล่อเลี้ยงทั้งการอุปโภค บริโภค ภาคอุตสาหกรรม สำหรับดูแลรักษาระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม และ 3) เป็นฐานสร้างรายได้หลักของประเทศ ซึ่งในปี 2568 สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรไทยมีมูลค่าการส่งออก 52,072.3 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 1,709,075 ล้านบาท สะท้อนถึงศักยภาพการปรับตัวจากการขายวัตถุดิบไปสู่สินค้าเกษตรแปรรูปที่มีมูลค่าเพิ่ม รวมทั้งเป็นแหล่งวัตถุดิบหลักของการแปรรูปในอุตสาหกรรมอาหาร เวชภัณฑ์ พลังงาน และอื่น ๆ อีกหลายกลุ่มอุตสาหกรรม ประกอบกับจุดแข็งทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ และภูมิอากาศของประเทศไทย จึงทำให้มีอุตสาหกรรมเกษตรที่ครบวงจร ส่งผลให้อาชีพเกษตรกรรมจึงเป็นอาชีพหลักของคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน

       “การก้าวเข้าสู่ปีที่ 135 ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะเป็นปีแห่งการขับเคลื่อนงานตามนโยบาย “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่ภาคเกษตรไทย ให้สอดรับกับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของโลกในทุกมิติ โดยอาศัยกำลังความรู้ความสามารถของบุคลากรในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่จะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนภาคการเกษตรไทย โดยร่วมกันฝ่าฟันอุปสรรคต่าง ๆ สามารถแก้ไขปัญหาและสร้างสรรค์ผลงานให้เป็นที่ประจักษ์แก่พี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศ รวมถึงเป็นการยกระดับการทำงานของทุกภาคส่วนในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อวางรากฐานการพัฒนาการเกษตรที่จะสนองตอบความคาดหวังของพี่น้องเกษตรกรได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อมุ่งไปสู่เป้าหมายที่สำคัญ คือ เกษตรกรไทยมีรายได้เพิ่มขึ้นและมีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป”” ปลัด กษ. กล่าวทิ้งท้าย

       นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ ยังได้จัดกิจกรรมเพื่อสาธารณกุศล โดยเปิดรับ บริจาคโลหิตและรับบริจาคเงินสมทบทุนบำรุงสภากาชาดไทย ตั้งแต่เวลา 09.00 – 15.00 น. ณ ห้องประชุมศูนย์บริการเกษตรพิรุณราช ชั้น 1 อาคาร 5 เพื่อส่งต่อความช่วยเหลือไปยังผู้ป่วยทั่วประเทศอีกด้วย

ข่าว/ภาพ : สุริยะ ลิภตะไชยโย

ป้ายกำกับ
ล่าสุด