มีนาคม 17, 2569 | กิจกรรม ส.ป.ก.
ส.ป.ก. ร่วมเป็นเกียรติในพิธีแถลงข่าว เปิดตัวโครงการ OTOD #3 ชุมชนดี รายได้ดี ด้วยดิจิทัล ยกระดับเกษตรไทยสู่เกษตรอัจฉริยะด้วย 3 เทคโนโลยีจากดิจิทัลสตาร์ทอัพไทย
17 มีนาคม 2569 เวลา 13.30 น. นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการ ส.ป.ก. มอบหมายให้ นายธเนตร พารา ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยี เป็นผู้แทน ส.ป.ก. ร่วมเป็นเกียรติในพิธีแถลงข่าว เปิดตัวโครงการ OTOD #3 ชุมชนดี รายได้ดี ด้วยดิจิทัล ยกระดับเกษตรไทยสู่เกษตรอัจฉริยะด้วย 3 เทคโนโลยีจากดิจิทัลสตาร์ทอัพไทย โดย สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) โดยมี ผู้บริหารและผู้แทน จากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่ร่วมขับเคลื่อนโครงการ รวมถึงเกษตรกร และกลุ่มชุมชน เข้าร่วมงานโดยพร้อมเพรียง ณ อาคาร depa (สำนักงานใหญ่) ซอยลาดพร้าว 10 เขตจตุจักร กรุงเทพฯ
ดร.ปรีสาร รักวาทิน รักษาการรองผู้อำนวยการใหญ่ depa เปิดเผยว่า โครงการ 1 ตำบล 1 ดิจิทัล (One Tambon One Digital: OTOD) เป็นโครงการที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2567 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้กลุ่มชุมชน/เกษตรกรสามารถเข้าถึงและรับการพัฒนาทักษะที่เกี่ยวข้องกับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลจากดิจิทัลสตาร์ทอัพภาคการเกษตรสัญชาติไทยที่ได้รับเครื่องหมาย dSURE และขึ้นทะเบียนบนบัญชีบริการดิจิทัล (Thailand Digital Catalog) ใน 3 ประเภทเทคโนโลยี ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มชุมชน/เกษตรกร ประกอบด้วย โดรนเพื่อการเกษตร แทรกเตอร์การเกษตรอัจฉริยะ และเทคโนโลยีบริหารจัดการแปลงเกษตรอัตโนมัติ ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าวจะช่วยเพิ่มความแม่นยำในการทำงานในแปลงเกษตร ลดต้นทุนด้านแรงงาน ประหยัดเวลา สามารถวางแผน ควบคุม ติดตามผลการเพาะปลูก การดูแลรักษา และการจัดการผลผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“depa เล็งเห็นถึงความสำคัญของการส่งเสริมให้เกิดการประยุกต์ใช้ดิจิทัลให้เกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม โดยที่ผ่านมา depa ดำเนินการคัดเลือกดิจิทัลสตาร์ทอัพและเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างเข้มข้น จนได้มาซึ่ง 22 ผลิตภัณฑ์จาก 11 ดิจิทัลสตาร์ทอัพที่เข้าร่วมโครงการในปีนี้ โดย depa เชื่อว่า เทคโนโลยีทั้ง 3 ประเภทจะเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยเปลี่ยนผ่านการทำเกษตรแบบดั้งเดิมไปสู่เกษตรอัจฉริยะ อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้เกิดธุรกิจใหม่ อาชีพใหม่ โดยการพัฒนาทักษะแก่กลุ่มชุมชน เพื่อก้าวไปสู่การเป็นผู้ให้บริการบินโดรน ช่างซ่อมโดรนและเครื่องจักรการเกษตรอัตโนมัติ กระตุ้นเศรษฐกิจระดับชุมชน และเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้กับประเทศตามแนวคิด ‘ชุมชนดี รายได้ดี ด้วยดิจิทัล’ พร้อมประเมินว่า OTOD #3 จะช่วยสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจได้ไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท” รักษาการรองผู้อำนวยการใหญ่ depa กล่าว
นอกจากนี้ ภายในงานยังมีพิธีประกาศความร่วมมือ Smart Agri Synergy: ผสานเทคโนโลยีขับเคลื่อนวิถีเกษตรไทย ระหว่าง depa และหน่วยงานพันธมิตรร่วมขับเคลื่อนโครงการ ไม่ว่าจะเป็น กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมส่งเสริมการเกษตร สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม สภาเกษตรกรแห่งชาติ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร มูลนิธิเอสซีจี และสมาคมการค้านวัตกรรมเพื่อการเกษตรไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมเกษตรดิจิทัลสู่กลุ่มชุมชนและเกษตรกร นอกจากนี้ โครงการ OTOD #3 มีบริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จำกัด ธนาคารออมสิน และบริษัทสยามคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น จำกัด เป็นผู้ให้การสนับสนุน
ทั้งนี้ โครงการ OTOD #3 จะมีกิจกรรมยกระดับทักษะ และประชันไอเดียเพื่อขอรับการส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และส่งเสริมการยกระดับธุรกิจชุมชนในชื่อ ‘Accelerate Digital Agriculture & Pitching Day’ โดยจะมีขึ้นใน 8 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ พิษณุโลก พระนครศรีอยุธยา สงขลา ภูเก็ต ชลบุรี อุบลราชธานี และขอนแก่น ซึ่งประกอบไปด้วย กิจกรรมการยกระดับทักษะเข้มข้นใน 4 หัวข้อคือ เทคโนโลยีดิจิทัลด้านการเกษตรอัจฉริยะ การเสริมทักษะนักสร้างดิจิทัลคอนเทนต์ การเตรียมความพร้อมข้อเสนอเพื่อเข้าถึงแหล่งทุน และชุมชนเศรษฐกิจสีเขียว นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม AgriTech Showcase การจัดแสดงเทคโนโลยีดิจิทัลจากสตาร์ทอัพภาคการเกษตร พร้อมเปิดพื้นที่การจับคู่ธุรกิจ กิจกรรม d-Community Challenge การเติมทักษะการผลิตคลิปสั้นผ่านการเรียนรู้และลงมือทำ และกิจกรรมไฮไลต์อย่าง Digital Agriculture Pitching Day กิจกรรมประชันไอเดียเพื่อขอรับการส่งเสริม ซึ่ง OTOD #3 แบ่งการส่งเสริมออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่
1) ประเภทการยกระดับกลุ่มชุมชนเพื่อประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ภายใต้มาตรการ d-community สำหรับกลุ่มชุมชนที่จดทะเบียนกับหน่วยงานรัฐ โดยมีจำนวนสมาชิกไม่น้อยกว่า 20 ครัวเรือน มีความพร้อมที่จะสมทบงบประมาณไม่น้อยกว่า 50% และไม่เป็นผู้รับการสนับสนุนจากโครงการ OTOD #2 โดยการส่งเสริมและสนับสนุนประเภทการยกระดับกลุ่มชุมชนเพื่อประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลจะเปิดรับผู้ขอรับการส่งเสริม จำนวน 330 ราย โดยจะสนับสนุนไม่เกิน 150,000 บาทต่อราย
2) ประเภทการยกระดับธุรกิจชุมชนบริการดิจิทัล ภายใต้มาตรการ d-startup สำหรับบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลที่จดทะเบียนการค้าไม่เกิน 3 ปี มีทักษะช่าง และมีความต้องการเปิดธุรกิจบริการดูแลรักษาและซ่อมบำรุงเทคโนโลยีทางการเกษตร มีความพร้อมที่จะสมทบงบประมาณไม่น้อยกว่า 50% และไม่เป็นผู้รับการสนับสนุนจากโครงการ OTOD #2 โดยการส่งเสริมและสนับสนุนประเภทการยกระดับธุรกิจชุมชนบริการดิจิทัลจะเปิดรับผู้ขอรับการส่งเสริม 33 ราย สนับสนุนไม่เกิน 200,000 บาทต่อราย
สำหรับผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม และสมัครเข้าร่วมโครงการ OTOD #3 ได้แล้ววันนี้ – 23 กรกฎาคม 2569 ที่ LINE OA: @OTOD3
ข่าว/ภาพ : สมชาติ รัตนมาลี
ข้อมูล : สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa)