กุมภาพันธ์ 2, 2569 | กิจกรรม ส.ป.ก.
เลขาฯ ส.ป.ก. รุดให้กำลังใจพี่น้องเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินพื้นที่ชายแดนอุบลฯ ใกล้จุดสู้รบเพียง 7 กม.
นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) พร้อมด้วย นายทินกร เพียภูเขียว ปฏิรูปที่ดินจังหวัดอุบลราชธานี จ่าสิบตำรวจอติพัฒน์ ผิวขาว ปฏิรูปที่ดินจังหวัดสุรินทร์ และคณะเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ณ โครงการพัฒนาพื้นที่ชายแดนอันเนื่องมาจากพระราชดำริบ้านทุ่งสมเด็จ หมู่ที่ 17 ตำบลโดมประดิษฐ์ อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569
ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ มีเกษตรกรในพื้นที่ ผู้นำท้องถิ่น กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน พร้อมด้วย จ่าสิบเอกสุรินทร์ สีชาลี รองหัวหน้าศูนย์พัฒนาพื้นที่ชายแดนฯ จากกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 6 (มทบ.22 อุบลราชธานี) ให้การต้อนรับและรายงานสถานการณ์ในพื้นที่ ซึ่งพบว่าจุดดังกล่าวอยู่ห่างจากแนวชายแดนที่มีการสู้รบเพียงประมาณ 7 กิโลเมตร ส่งผลให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนและยังคงมีความหวาดระแวงต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ย้อนรอยประวัติศาสตร์ : จากพื้นที่สู้รบสู่พื้นที่ทำกิน โครงการพัฒนาพื้นที่ชายแดนแห่งนี้มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนาน เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2520 เมื่อครั้งเกิดเหตุการณ์ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์กวาดต้อนราษฎรไปยังประเทศกัมพูชา จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2522 กองกำลังสุรนารีได้เข้าช่วยเหลือราษฎรกลับคืนสู่มาตุภูมิ แต่พบปัญหาขาดแคลนที่ดินทำกิน
ต่อมาในปี พ.ศ. 2537 จึงได้มีการประสานความร่วมมือเพื่อจัดตั้ง “ศูนย์พัฒนาพื้นที่ชายแดน จังหวัดอุบลราชธานี” โดย ส.ป.ก. ได้ดำเนินการจัดซื้อที่ดินเอกชนบริเวณบ้านค้อ เนื้อที่กว่า 1,913 ไร่ เพื่อนำมาจัดสรรให้แก่ราษฎรจาก 3 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านแปดอุ้ม, บ้านโนนสูง และบ้านค้อ รวม 173 ราย โดยจัดแบ่งพื้นที่อย่างเป็นระบบแปลงละ 10 ไร่ ตามสูตร 1:1:8 (ที่อยู่อาศัย 1 ไร่, บ่อน้ำ 1 ไร่ และพื้นที่เกษตรกรรม 8 ไร่) สืบสานรักษาและต่อยอด ศาสตร์พระราชา โครงการนี้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ โดยเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2544 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (ขณะดำรงพระอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร) ได้เสด็จเยี่ยมราษฎรในพื้นที่ และต่อมาพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้ทรงรับไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2544
ส.ป.ก. ในฐานะหน่วยงานหลักพร้อมสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานและส่งเสริมอาชีพ โดยน้อมนำหลัก “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” มาเป็นเข็มทิศในการพัฒนา เพื่อให้เกษตรกรสามารถพึ่งพาตนเองได้ มีความเข้มแข็ง และสามารถใช้ชีวิตในพื้นที่ชายแดนได้อย่างมีความสุขและมั่นคง แม้ในสภาวะวิกฤต
#สร้างสิทธิ #เสริมทุน #หนุนเกษตร
ข่าว/ภาพ : ภาคีนัย กลิ่นกุล, ชาญวิทย์ สิงห์คง
ข้อมูล : ส.ป.ก. อุบลราชธานี