การแสดงผลตัวอักษร
1764 ศูนย์บริการข้อมูล
TH EN
image banner

สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

ผู้ตรวจราชการ ส.ป.ก. ประชุมตรวจติดตามความก้าวหน้าผลการดำเนินงานตามแผนการตรวจราชการของ ส.ป.ก. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รอบที่ 2 เขตตรวจราชการที่ 2 จังหวัดปทุมธานี

กรกฎาคม 20, 2569 | กิจกรรมส่วนกลาง

ผู้ตรวจราชการ ส.ป.ก. ประชุมตรวจติดตามความก้าวหน้าผลการดำเนินงานตามแผนการตรวจราชการของ ส.ป.ก. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รอบที่ 2 เขตตรวจราชการที่ 2 จังหวัดปทุมธานี


            วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.30 น. นายคมกฤษ แป้นโพธิ์กลาง ผู้ตรวจราชการกรม สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ประชุมตรวจติดตามความก้าวหน้าผลการดำเนินงานตามแผนการตรวจราชการของ ส.ป.ก. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รอบที่ 2 เขตตรวจราชการที่ 2 ของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดปทุมธานี โดยมี นางสาวฐิติมา วัฒนจัง ปฏิรูปที่ดินจังหวัดปทุมธานี พร้อมด้วยผู้อำนวยการกลุ่ม/หัวหน้าฝ่าย ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ ให้การต้อนรับ และเข้าร่วมประชุมพร้อมทั้งรายงานผลการดำเนินงาน และปัญหาอุปสรรค ณ ห้องประชุม ส.ป.ก.ปทุมธานี 
            ในการนี้ ผู้ตรวจราชการกรม ได้ให้ข้อเสนอแนะ แนวทางการแก้ไขปัญหาและการดำเนินงาน พร้อมทั้งกำชับให้ทุกคนปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต มีความสามัคคี ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และมอบขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงานแก่เจ้าหน้าที่ เพื่อให้การดำเนินงานบรรลุตามเป้าหมาย และเกิดประโยชน์สูงสุด
            ช่วงบ่าย ผู้ตรวจราชการกรม ลงพื้นที่ตรวจติดตามงาน พร้อมด้วยปฏิรูปที่ดินจังหวัดปทุมธานี และเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก.ปทุมธานี ณ ฟาร์มลุงแดง เมล่อน&ผักสลัด ซึ่งเป็นที่ดินพระราชทานในเขตปฏิรูปที่ดินจังหวัดปทุมธานี มีเนื้อที่ประมาณ 8-0-42.5 ไร่ ของนางวันเพ็ญ สุโอสถ เป็นฟาร์มเมล่อนและผักสลัด พร้อมคาเฟ่และร้านอาหาร เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ที่ได้รับนิยมจากครอบครัว นักท่องเที่ยว และผู้ที่ต้องการเรียนรู้การปลูกเมล่อนโรงเรือน ฟาร์มตั้งอยู่เลขที่ 26/4 หมู่ที่ 7 ซอยเฉลิมพระเกียรติ 2 ตำบลคลองเจ็ด อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ปัจจุบันคุณเพชร หรือคุณวีรพงศ์ สุโอสถ ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์ รุ่นที่ 2 เป็นผู้บริหารงานภายในฟาร์ม โดยคุณเพชรได้เล่าว่า เดิมทีคุณพ่อได้เริ่มจากการทำนา ทำสวนส้ม ตะไคร้ ฝรั่ง จนกระทั่งเรียนจบ หลังจากเรียนจบก็ลองปลูกเมล่อน ซึ่งการที่มาปลูกเมล่อนเป็นเพราะพี่สาวชอบ จึงเริ่มต้นปลูกเมล่อนกลางแจ้ง 3 แปลง แปลงแรกเก็บได้หมด แปลงที่สองเก็บได้ครึ่งหนึ่ง แปลงที่สามเก็บไม่ได้เลย เลยทำให้รู้ว่าเราปลูกได้ แต่เราไม่มีโรงเรือน เลยสู้แมลงไม่ไหว จึงเริ่มคิดทำโรงเรือนขึ้น ใช้เงินลงทุนแสนกว่าบาท พัฒนาฟาร์มเมล่อนจนประสบความสำเร็จ สร้างรายได้หลักล้านได้ภายใน 4 ปี สร้างแรงบันดาลใจให้หนุ่มสาวหลายคนอยากกลับบ้านไปทำอาชีพเกษตร 
             เส้นทางสู่ความสำเร็จของ “ฟาร์มลุงแดง เมล่อน & ผักสลัด” บนวิถีการทำเกษตรยุคใหม่ มีเคล็ดลับสำคัญอยู่ 4 ประการ ได้แก่ 
       1. การบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ แบ่งพื้นที่ 4 ไร่ ขุดสระน้ำเก็บน้ำได้ปีละ 16,000ไร่ อีก 4 ไร่ใช้เพาะปลูกพืช เมล่อน ใช้น้ำ 1,500 ลบ.ม./ ปี ผักสลัดและมะเขือเทศ ใช้น้ำ 3,500 ลบ.ม./ ปี รวมทั้งฟาร์ม 5,000 ลบ.ม./ปี ให้น้ำพืชในระบบมินิสเปรย์ ระบบน้ำหยด เก็บน้ำส่วนเกินลงสระ ที่นี่ใช้น้ำในสระตัวเองมาตลอด ไม่พึ่งพาน้ำจากภายนอก ไม่มีปัญหาขาดแคลนน้ำเพราะมีน้ำฝนมาเพิ่มเติมทุกปี 
       2. สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) สนับสนุนเทคโนโลยีสมาร์ทฟาร์มเมอร์ ติดตั้งระบบโซล่าเซลล์ใช้ ช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าในฟาร์มลงได้ 50% มีระบบควบคุมการให้น้ำ และให้ปุ๋ยแบบอัตโนมัติ มีระบบตรวจวัดอุณหภูมิ ความชื้นในดินและอากาศ มีระบบพ่นน้ำ พ่นหมอก พ่นยา เก็บข้อมูลจากเซ็นเซอร์ไร้สายนำมาใช้เป็นสถิติอ้างอิงสำหรับเพาะปลูกพืชในรุ่นต่อไป ประหยัดเวลา ลดต้นทุนแรง ใช้แรงงานแค่ 2 คนก็ดูแลจัดการฟาร์มได้สบาย
       3. พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ดึงลูกค้าเข้ามาชมและซื้อสินค้าในฟาร์ม ลูกค้าจะได้ชมฟาร์มเมล่อนและผักสลัด สามารถเข้าไปเก็บมะเขือเทศกับหม่อนได้ด้วยตัวเอง เดินชมโรงเรือนปลูกเมล่อน ซื้อเมล่อนสด ถ่ายภาพภายในฟาร์ม นอกจากนี้ทางฟาร์มได้เปิดร้านคาเฟ่จำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มให้แก่นักท่องเที่ยว โดยทางฟาร์มได้นำเมล่อนและผักจากฟาร์มมาเป็นวัตถุดิบ เช่น ส้มตำเมล่อนผลไม้รวม สลัดเมล่อน น้ำเมล่อนปั่น สเต๊ก อาหารจานเดียว ไอศกรีม เป็นต้น
       4. แปรรูปผลผลิต นอกจากจำหน่ายเมล่อนและผักสดแล้ว ทางฟาร์มยังได้นำวัตถุดิบในฟาร์มมาแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มในรูปแบบต่างๆ เช่น น้ำเมล่อนปั่น มะเขือเทศเชอรี่อบแห้ง แยมมัลเบอรี่ น้ำมัลเบอรี่ปั่น และน้ำมัลเบอรี่สด ฯลฯ 
             สำหรับผู้ที่สนใจท่องเที่ยวเชิงเกษตร สามารถเข้าเยี่ยมชม ฟาร์มลุงแดง เมล่อน & ผักสลัด สูดอากาศบริสุทธิ์ และสัมผัสกับธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ การเดินทางสะดวกเนื่องจากอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ติดต่อได้ที่ โทรศัพท์ (081) 989-5906 หรือ Facebook : ฟาร์มลุงแดง Melon Farm & Cafe ปทุมธานี 
   

ข่าว/ภาพ : สิริญา  โภชน์เจริญ/ ส.ป.ก.ปทุมธานี
ประสานข้อมูล : พีรญา  ทิพโชติ

ป้ายกำกับ
ล่าสุด