กรกฎาคม 15, 2569 | ภาพข่าว
เข้าร่วมรับฟังการชี้แจงพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. 2569 ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (ผ่านระบบออนไลน์ YouTube Live สำนักงาน ก.พ.ร.)
โดยตามที่มีการดำเนินการให้หน่วยงานรัฐ จัดทำพระราชบัญญัติการอำนวยความในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 เกิดขึ้นเพื่อปฏิรูประบบราชการ โดยแก้ไขปัญหาขั้นตอนที่ล่าช้า ยุ่งยาก และลดภาระของประชาชนในการติดต่อราชการ โดยกำหนดให้มีการจัดทำคู่มือสำหรับประชาชน ซึ่งหน่วยงานรัฐต้องระบุเอกสาร ขั้นตอน ระยะเวลา และค่าใช้จ่ายอย่างชัดเจน พร้อมขอให้ตั้งศูนย์บริการร่วม ให้เป็นรับเรื่องเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว (One Stop Service) อักทั้งยังต้องกำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จ คือทุกกระบวนการต้องระบุระยะเวลาที่ชัดเจน หากล่าช้าต้องแจ้งผู้ขออนุญาตทราบเป็นระยะ นั้น
ในการนี้ทาง สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (สำนักงาน ก.พ.ร.) จึงได้มีการจัดการประชุมชี้แจงพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. 2569 ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (ผ่านระบบออนไลน์ YouTube Live สำนักงาน ก.พ.ร.) ในวันพุธที่ 15 กรกฎาคม 2569 เวลา 13:30 น. โดยได้รับเกียรติจาก นางอารีย์พันธ์ เจริญสุข ที่ปรึกษาอาวุโส สำนักงาน ก.พ.ร. และนายปณตภร จงธีรโชติ จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาบรรยายให้ความรู้ และตอบข้อซักถามในครั้งนี้ โดยที่ตามที่มีการปรับปรุง แก้ไข ปฏิรูประบบราชการครั้งใหญ่ เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ รัฐบาลดิจิทัล อย่างเต็มรูปแบบ จึงมีการออก พระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. 2569 (ออกประกาศในราชกิจจานุเษกษา วันที่ 8 กรกฎาคม 2569 เล่ม 143 ตอนที่ 38 ก) โดยจะมีผลบังคับใช้ต้นปี 70 โดย พ.ร.บ. ฉบับนี้เป็นการปรับระบบราชการครั้งใหญ่ที่เคยล่าช้า ต้องพกเอกสารจำนวนมาก โดยยกเลิกสำเนาเอกสาร คุมดุลพินิจรัฐ ดัน Super License ลดขั้นตอนอนุญาต โดยเป็นการยกระดับกฎหมายเดิมปี 2558 เพื่อผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่ รัฐบาลดิจิทัล ลดภาระการติดต่อราชการของประชาชน โดยกฎหมายฉบับนี้มีเนื้อหา 6 หมวด รวม 40 มาตรา โดยเป้าหมายสำคัญในการทำให้การให้บริการของรัฐมีความโปร่งใส รวดเร็ว ตรวจสอบได้ และใช้มาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ผ่านการลดขั้นตอน ลดเอกสาร และจำกัดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ โดยในสาระสำคัญของกฎหมาย คือการกำหนดให้เจ้าหน้าที่ของรัฐใช้ดุลพินิจเท่าที่จำเป็นเพื่อลดภาระของประชาชน ลดต้นทุนการประกอบธุรกิจ และป้องกันการใช้ดุลพินิจโดยไม่มีมาตรฐาน ซึ่งเป็นช่องทางสำคัญที่อาจนำไปสู่การทุจริตหรือการเรียกรับผลประโยชน์ พร้อมให้ทุกหน่วยงานต้องจัดทำ คู่มือสำหรับประชาชน (Citizen Service Manual) โดยระบุรายละเอียดอย่างชัดเจน ทั้งขั้นตอน ระยะเวลาดำเนินการ เอกสารที่ต้องใช้ ค่าธรรมเนียม และที่สำคัญต้องระบุหลักเกณฑ์การใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ล่วงหน้า (หากคู่มือกำหนดเงื่อนไขหรือขั้นตอนที่สร้างภาระเกินสมควร สำนักงาน ก.พ.ร. มีอำนาจสั่งให้หน่วยงานปรับปรุงแก้ไขให้สอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาล) พร้อมนี้มีการกำหนดในส่วนของการยกเลิกการขอสำเนาเอกสาร โดยให้ใช้การเชื่อมข้อมูลรัฐแทน พร้อมให้มีการพัฒนาระบบ One Stop Service และ Supe License ลดขั้นตอนขออนุญาต เป็นต้น โดยในส่วนของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) มอบหมายให้กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร ส.ป.ก. (กพร. ส.ป.ก.) โดยมีการมอบหมายให้ นายทรงเกียรติ สุเทพากุล พนักงานพัฒนาระบบราชการ เข้าร่วมรับชมรับฟังการชี้แจงของทาง สำนักงาน ก.พ.ร. ในครั้งนี้ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (ผ่านระบบออนไลน์ YouTube Live สำนักงาน ก.พ.ร.) โดยการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการประชุมครั้งนี้เพื่อเป็นการลดระยะเวลาของการเดินทาง และค่าใช้จ่าย รวมทั้งสามารถเข้าถึงได้รวดเร็ว ทุกที่ ร่วมทั้งเป็นการลดความเสี่ยง และป้องกันกรณีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) พร้อมลดความแออัดของการมารวมตัวเข้าร่วมประชุมกันในห้องประชุมเป็นจำนวนมาก และลดความเสี่ยงของการเดินทางมาเข้าร่วมประชุม เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการเฝ้าระวังของการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) พร้อมเฝ้าระวังภัยพิบัติต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ เช่น แผ่นดินไหว น้ำท่วม เป็นต้น ในส่วนของ กพร. ส.ป.ก. เข้าร่วม ณ ห้องควบคุมการประชุมออนไลน์ ห้องกลุ่มพัฒนาระบบบริหาร (ห้อง 105) ชั้น 1 ส.ป.ก. ถนนราชดำเนินนอก กรุงเทพฯ
ข่าว และภาพโดย : นายทรงเกียรติ สุเทพากุล