กรกฎาคม 9, 2569 | ภาพข่าว
วันที่ 9 กรกฎาคม 2569 กลุ่มพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ (กพม.) สำนักพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยี (สพท.) ติดตามผลการดำเนินงานโครงการพัฒนาเกษตรกรปราดเปรื่อง (Smart Farmer) กิจกรรมพัฒนาเกษตรกรปราดเปรื่องในเขตปฏิรูปที่ดิน (Smart Farmer) ในพื้นที่ อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นพื้นที่ต่อเนื่องจาก จ.อุดรธานี โดยนัดหมายกับเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลโครงการจากสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดขอนแก่น (ส.ป.ก.ขอนแก่น) ในพื้นที่ ต.บริบูรณ์ อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น
จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำคณะติดตามผลการดำเนินงานฯ ลงไปยังพื้นที่แปลงแรก ซึ่งเป็นของ นางสุกัญญา พรมทอง เกษตรกรปราดเปรื่องต้นแบบ (Smart Farmer Model) ในเขตปฏิรูปที่ดิน จ.ขอนแก่น ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 จากการทำเกษตรเชิงท่องเที่ยวและเกษตรผสมผสานบนพื้นที่กว่า 34 ไร่ ใน ต.บริบูรณ์ อ.สีชมพู ซึ่งมีจุดเด่นด้านสภาพอากาศที่เย็นสบายเนื่องจากอยู่ใกล้เคียงกับพื้นที่ภูกระดึง โดยเป็นสมาชิกกลุ่ม "แปลงใหญ่ไม้ดอกไม้ประดับบ้านผาน้ำเที่ยง" โดดเด่นในการปลูกกุหลาบหลากหลายสายพันธุ์ ควบคู่ไปกับการปลูกเผือกหอม ยางพารา ไม้ผลนานาชนิด และพืชผักปลอดสารพิษ จนสามารถสร้างรายได้เลี้ยงชีพได้ นอกจากนี้ยังเปิดแปลงกุหลาบให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวในช่วงฤดูท่องเที่ยว มีแลนด์มาร์กข้อความว่า กุหลาบพบรัก@สีชมพู สำหรับให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูป ความสำเร็จดังกล่าวเป็นผลมาจากการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อลดต้นทุน ทั้งการใช้ผ้าคลุมดินรักษาความชื้นและควบคุมวัชพืช การวางระบบน้ำมินิสปริงเกลอร์ ระบบน้ำพุ่ง การเริ่มใช้พลังงานจากโซลาร์เซลล์ และการพัฒนาแปลงเกษตรของตนเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ปัจจุบันสวนแห่งนี้ได้รับการยกระดับให้เป็นศูนย์เรียนรู้เครือข่าย (ศพก.) ที่คอยถ่ายทอดเทคนิคการผลิตให้แก่ชุมชน มีการขยายตลาดผ่านช่องทางออนไลน์ ขายต้นพันธุ์ และขนส่งผลผลิตไปยังจังหวัดอุดรธานีผ่านทางรถโดยสารประจำทาง รวมถึงยังสร้างความผูกพันกับชุมชนด้วยการจัดทำดอกไม้สดสำหรับงานศพให้ฟรี สำหรับเป้าหมายในอนาคต นางสุกัญญาเตรียมปลูกผักอินทรีย์ต้อนรับเทศกาลปีใหม่ มุ่งพัฒนาคุณภาพสินค้าให้แข่งขันได้ต่อเนื่อง และมีความต้องการขยายระบบโซลาร์เซลล์เพิ่มเติมเพื่อช่วยลดต้นทุนค่าไฟฟ้าและน้ำมันอย่างยั่งยืน
แปลงต่อมาเป็นของ นางสายสมร ต้นตะภา เกษตรกรปราดเปรื่องต้นแบบ (Smart Farmer Model) ในเขตปฏิรูปที่ดิน จ.ขอนแก่น ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 แปลงตั้งอยู่ที่ ต.บริบูรณ์ อ.สีชมพู ได้พลิกฟื้นผืนดินกว่า 9 ไร่ จากเดิมที่ปลูกยางพาราเป็นพืชเชิงเดี่ยวแต่ประสบปัญหาแห้งตาย ให้กลายเป็นแปลงเกษตรผสมผสานตามการส่งเสริมของ ส.ป.ก. โดยแบ่งพื้นที่ปลูกพืชหลากหลายชนิด ทั้งไม้ผลและไม้ประดับ เช่น กุหลาบกว่า 2,000 ต้น ทุเรียน เงาะ มะนาว และเผือก รวมถึงมีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีโซลาร์เซลล์เพื่อสูบน้ำบาดาลและใช้ระบบน้ำหยดเข้ามาร่วมบริหารจัดการน้ำในแปลง เกษตรกรรายนี้สามารถสร้างรายได้ และยังต่อยอดเพิ่มมูลค่าผลผลิตด้วยการแปรรูปเป็นสินค้า OTOP เช่น เผือกฉาบ เผือกกวน และชาเผือก ปัจจุบันนางสายสมรกำลังผลักดันพื้นที่ของตนซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ “แปลงใหญ่ไม้ดอกไม้ประดับบ้านผาน้ำเที่ยง” ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร โดยเปิดบริการบุฟเฟต์เงาะอิ่มละ 50 บาท เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวที่สัญจรผ่านวัดถ้ำแสงธรรม พร้อมกับตั้งเป้าพัฒนาสวนแห่งนี้ให้เป็นศูนย์การเรียนรู้และแปลงต้นแบบที่เข้มแข็ง เพื่อถ่ายทอดความรู้ให้แก่คนในชุมชน
เกษตรกรต้นแบบทั้ง 2 ราย ใช้เกษตรผสมผสานในการพลิกฟื้นผืนดิน ส.ป.ก. ซึ่งแต่เดิมเกษตรกรในพื้นที่ส่วนใหญ่ปลูกพืชเชิงเดี่ยว เช่น ยางพารา อ้อย ข้าวโพด มาทำเกษตรผสมผสานสร้างรายได้ให้กับตนเองได้ตลอดทั้งปี รวมถึงอาศัยความได้เปรียบทางภูมิประเทศและภูมิอากาศปลูกพืชที่เหมาะสมและเป็นที่ต้องการของตลาด คือกุหลาบที่นอกจากจะสร้างรายได้จากการตัดดอกจำหน่ายแล้ว ยังสามารถเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวตามฤดูกาลต่าง ๆ สร้างรายได้เสริมในอีกช่องทาง
ข่าว / ภาพ : กลุ่มพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่