กรกฎาคม 1, 2569 | ภาพข่าว
เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 นางนาตยา หินแก้ว นักวิชาการปฏิรูปที่ดินชำนาญการ และ นายธีรธร มะกุล นักวิชาการปฏิรูปที่ดินปฏิบัติการ ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้แทนเข้าร่วม การสัมมนาระดมความคิดเห็น (Focus Group) เรื่อง “แนวทางการขับเคลื่อนระบบการบริการด้านการเกษตรสำหรับการผลิตข้าวคาร์บอนต่ำ” ซึ่งจัดโดย สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ณ ห้องประชุมศรีปลั่ง อาคารวิสัยทัศน์ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เพื่อร่วมรับฟัง แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และติดตามแนวทางการพัฒนาระบบบริการภาคการเกษตรที่ตอบโจทย์การผลิตข้าวคาร์บอนต่ำในอนาคต
บรรยากาศการสัมมนาเป็นไปอย่างอบอุ่นและเต็มไปด้วยการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้จากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน นักวิชาการ และตัวแทนเกษตรกร โดยประเด็นสำคัญของเวทีครั้งนี้ คือการพัฒนา ระบบผู้ให้บริการภาคการเกษตร (Agricultural Service Providers : ASPs) ซึ่งเป็นแนวคิดที่มุ่งให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีและบริการทางการเกษตรได้สะดวกยิ่งขึ้น ผ่านผู้ให้บริการที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และเครื่องจักรที่เหมาะสม โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนจัดหาเครื่องจักรด้วยตนเอง
เทคโนโลยีที่ถูกกล่าวถึง อาทิ การปรับหน้าดินด้วยระบบเลเซอร์ การใช้เครื่องปักดำนา โดรนการเกษตร และเครื่องจักรสำหรับจัดการเศษวัสดุหลังการเก็บเกี่ยว ล้วนเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน ลดการใช้ทรัพยากร และสนับสนุนการผลิตข้าวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น
สิ่งที่น่าสนใจจากเวทีเสวนา คือการสะท้อนว่า “การผลิตข้าวคาร์บอนต่ำ” ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสในการลดต้นทุนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการแปลงนา และสร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่เกษตรกรในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นการลดการใช้ปุ๋ยและน้ำ การจัดการฟางข้าวอย่างเหมาะสม ตลอดจนโอกาสในการสร้างมูลค่าเพิ่มจากตลาดข้าวคุณภาพและกลไกด้านคาร์บอนในอนาคต
เวทีครั้งนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของ การบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันเกษตรกร และพี่น้องเกษตรกร เพื่อร่วมกันพัฒนาระบบบริการภาคการเกษตรที่มีมาตรฐาน เชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี แหล่งทุน และตลาด ให้สามารถตอบโจทย์การผลิตข้าวคาร์บอนต่ำได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยแต่ละภาคส่วนต่างมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนซึ่งกันและกัน เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบการผลิตที่ยั่งยืนเกิดขึ้นได้จริง
ในช่วงการระดมความคิดเห็น ผู้เข้าร่วมจากหลากหลายหน่วยงานได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนประสบการณ์ พร้อมนำเสนอข้อเสนอแนะเกี่ยวกับอุปสรรคในการเข้าถึงเทคโนโลยี แรงจูงใจที่เหมาะสมสำหรับเกษตรกร รูปแบบการให้บริการของ ASP ตลอดจนแนวทางเชิงนโยบายทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เพื่อร่วมกันออกแบบระบบบริการภาคการเกษตรที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย
สำหรับ ส.ป.ก. การเข้าร่วมเวทีครั้งนี้นับเป็นโอกาสอันดีในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ รับฟังข้อคิดเห็นจากทุกภาคส่วน และติดตามทิศทางการพัฒนานโยบายด้านการเกษตรสมัยใหม่ เพื่อนำองค์ความรู้และข้อเสนอแนะที่ได้รับมาศึกษา วิเคราะห์ และประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ปฏิรูปที่ดิน รวมทั้งต่อยอดการดำเนินงานด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การพัฒนาเกษตรกรรมที่เป็นมิตรต่อธรรมชาติ และการยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องเกษตรกรให้เติบโตไปพร้อมกับความยั่งยืนต่อไป
เพราะการพัฒนาเกษตรกรรมที่ยั่งยืน ไม่ได้เกิดจากการทำงานของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เกิดจากการเรียนรู้ แลกเปลี่ยน และความร่วมมือของทุกภาคส่วน ที่พร้อมก้าวเดินไปด้วยกัน เพื่ออนาคตของเกษตรกรไทยและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน
ข่าว / ภาพ : กลุ่มอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพแวดล้อม