image banner

สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

ส.ป.ก. สร้างและพัฒนาเครือข่าย Smart Farmer ต้นแบบออนไลน์ เสริมฐานดินน้ำ ต่อยอด AI และการตลาด

มิถุนายน 5, 2569 | ภาพข่าว

กลุ่มพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ สำนักพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยี (สพท.) สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) จัดโครงการสัมมนาในหลักสูตร "การสร้างและพัฒนาเครือข่าย Smart Farmer ต้นแบบในเขตปฏิรูปที่ดิน" ผ่านระบบประชุมทางไกลออนไลน์ Zoom Meeting ระหว่างวันที่ 4-5 มิถุนายน 2569 ณ ส.ป.ก. ถนนประดิพัทธ์ เขตพญาไท กรุงเทพฯ และสถานที่ตั้งของผู้เข้ารับการสัมมนา โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือ เกษตรกรปราดเปรื่องต้นแบบในเขตปฏิรูปที่ดิน (Smart Farmer Model) จำนวน 105 ราย  ในเขตพื้นที่ปฏิรูปที่ดิน 50 จังหวัดพร้อมด้วยข้าราชการและเจ้าหน้าที่ที่ดูแลโครงการพัฒนาเกษตรกรปราดเปรื่อง (Smart Farmer) กิจกรรมพัฒนาเกษตรกรปราดเปรื่องในเขตปฏิรูปที่ดิน (Smart Farmer) โดยได้รับเกียรติจาก นายกฤษณะ ดีปาละ รองเลขาธิการ ส.ป.ก. เป็นประธานในพิธีเปิดพร้อมทั้งพูดคุยมอบนโยบายการดำเนินงาน และร่วมบันทึกภาพหน้าจอร่วมกับผู้เข้าร่วมโครงการ

โครงการสัมมนาหลักสูตร "การสร้างและพัฒนาเครือข่าย Smart Farmer ต้นแบบในเขตปฏิรูปที่ดิน" จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-5 มิถุนายน 2569 เพื่อยกระดับศักยภาพ Smart Farmer ต้นแบบในเขตปฏิรูปที่ดิน ให้มีความรู้ความสามารถในการบริหารจัดการแปลงเกษตรกรรมอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ พัฒนาทักษะในการสื่อสารและถ่ายทอดองค์ความรู้ของ Smart Farmer ต้นแบบ ในการรองรับการจัดตั้งเป็นศูนย์เรียนรู้ทางการเกษตรให้แก่ผู้ที่สนใจทั้งภายในและนอกชุมชน เชื่อมโยงเครือข่าย Smart Farmer ต้นแบบในเขตปฏิรูปที่ดิน ให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และการต่อยอดทางธุรกิจในอนาคต และร่วมกันกำหนดแนวทางการพัฒนาและสร้างเครือข่าย Smart Farmer ในเขตปฏิรูปที่ดิน ซึ่งภายในโครงการมีการให้ความรู้เกษตรกรในประเด็นที่ตรงกับความต้องการของเกษตรกรได้แก่ ดินปลูกคุณภาพสูง (Smart Soil), ระบบการให้น้ำอัจฉริยะ (IoT) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต, แนวคิดเกษตรกรใหม่กับการเป็นผู้ประกอบการธุรกิจเกษตร, การพัฒนาศักยภาพ Smart Farmer สู่ผู้ประกอบการเกษตร และ การทำตลาดยุคใหม่ด้วย AI Marketing

กิจกรรมในวันแรก (4 มิถุนายน 2569) เริ่มต้นในช่วงเช้าในการอภิปราย "แนวทางการขับเคลื่อนงานเกษตรกรปราดเปรื่องในเขตปฏิรูปที่ดินและการเชื่อมโยงเครือข่าย" โดย กลุ่มพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ สพท. นำโดย นางสาวสุภัค แก้ววารี ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ เปิดเวทีเพื่อรับข้อสะท้อนเกี่ยวกับการดำเนินงานของโครงการในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 และทิศทางการพัฒนาในปีต่อ ๆ ไป จากเกษตรกรปราดเปรื่องต้นแบบและเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลโครงการ จากนั้นได้ชี้แจงแนวโน้มการพัฒนาโครงการในอนาคตโดยผู้ดูแลโครงการ

ช่วงบ่าย เกษตรกรได้รับความรู้เกี่ยวกับ "ดินปลูกคุณภาพสูง Smart Soil" โดย นายถวิล หน่อคำ ผู้เชี่ยวชาญด้านสำรวจและจำแนกดิน กองสำรวจดินและวิจัยทรัพยากรดิน กรมพัฒนาที่ดิน ผ่านประเด็นสำคัญ 3 หมวดหมู่หลัก ได้แก่ 1) ความรู้เบื้องต้นเรื่องดิน การเกิดและการพัฒนาของดินขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ เช่น สิ่งมีชีวิต และ วัตถุต้นกำเนิดดิน ซึ่งมีผลต่อความอุดมสมบูรณ์และความเป็นกรด-ด่างของดิน 2) ดินที่มีปัญหาและแนวทางการจัดการ ปัญหาของดินเกิดขึ้นได้จากสภาพตามธรรมชาติ และพฤติกรรมการใช้ประโยชน์ที่ดินที่ไม่เหมาะสมของมนุษย์ ซึ่งปัญหาดินที่สำคัญ คือ ดินเปรี้ยวจัด ดินทราย ดินอินทรีย์ ดินตื้น และดินดาน  3) ปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยชีวภาพ เกี่ยวกับ ความสำคัญของอินทรียวัตถุ นวัตกรรมของกรมพัฒนาที่ดิน การผลิตปุ๋ยหมักจากสารเร่งซุปเปอร์ พด. ต่าง ๆ ปัจจัยสำคัญในการทำปุ๋ยหมัก และปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง

ต่อมาได้รับความรู้เกี่ยวกับ "ระบบการให้น้ำอัจฉริยะ (IoT) เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต" โดย นายนิรันด์ สมพงษ์ ประธานสหกรณ์การเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดินปากช่อง (คทช.) จำกัด ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญและผู้ที่ได้รับรางวัลระดับชาติมากมายด้านดิจิทัลเพื่อชุมชน ได้ให้เหตุผลว่าทำไมต้องปรับตัวมาใช้ Smart Farm IoT เพื่อ ลดต้นทุน ลดเวลา ลดแรงงาน เพิ่มผลผลิต และรักษาความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม ด้วยอุปกรณ์ที่หาซื้อง่าย ราคาถูก และเรียนรู้ประกอบเองได้ โดยองค์ประกอบสำคัญ 3 ส่วนในการสร้างระบบ Smart Farm IoT ประกอบด้วย 1) การวางระบบแปลงปลูก (สำคัญมากที่สุด 50%) การแบ่งโซนแปลงปลูกและวาล์วควบคุมมีความสำคัญมาก เพราะจะช่วยให้เราใช้เครื่องสูบน้ำและท่อขนาดเล็กลงได้ ช่วยให้ประหยัดงบประมาณ 2) การเลือกใช้ปั๊มน้ำ วาล์ว และระบบไฟฟ้า (ให้ความสำคัญ 30%) การเลือกปั๊มต้องพิจารณาจากแผ่นป้ายเครื่อง (Nameplate) ให้ได้ "อัตราการไหล (Q)" และ "แรงดัน/ความสูง (H)" ที่สัมพันธ์กับหัวจ่ายน้ำ และต้องเลือกขนาดสายไฟ (เช่น 1.0 - 4.0 sq.mm.) ให้สอดคล้องกับกำลังของปั๊ม (HP) และระยะทาง เพื่อป้องกันปัญหาไฟตก 3) ชุดกล่องควบคุม Smart Farm IoT (ให้ความสำคัญ 20%) ประกอบด้วย อุปกรณ์พื้นฐานที่ราคาประหยัดและหาได้ทั่วไป เช่น บอร์ด NodeMCU, จอแสดงผล, โมดูลรีเลย์ (Relay), และเซ็นเซอร์ต่าง ๆ สำหรับจุดเด่นของเทคโนโลยีควบคุมที่นำเสนอนั้นจะสามารถทำงานแบบไม่ต้องใช้อินเทอร์เน็ต (Offline) ใช้เทคโนโลยี LoRa ไร้สายระยะไกล ผ่านแอปพลิเคชัน (Super AIoT) และระบบสามารถปรับแต่งได้หลากหลาย

กิจกรรมในวันต่อมา (5 มิถุนายน 2569) ช่วงเช้า เกษตรกรเริ่มต้นด้วยการเรียนรู้ในประเด็นของ "แนวคิดเกษตรกรใหม่กับการเป็นผู้ประกอบการธุรกิจเกษตร" โดย นายภานุ ทวีผล ผู้ประกอบการโรงเรือนเมล่อนอัจฉริยะครบวงจร เกษตรกรรุ่นใหม่ รุ่นที่ 8 ต.คันธุลี อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการเป็นผู้ให้บริการทางการเกษตร (Agri Service Provider) ที่ให้บริการคำปรึกษาและการบริหารจัดการโรงเรือนเมล่อนอัจฉริยะในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ จากจุดเริ่มต้นขององค์ความรู้ที่ได้รับการส่งเสริมจาก ส.ป.ก. และศึกษาทดลองการปลูกเมล่อนในโรงเรือนด้วยตนเอง พร้อมทั้งนำเกษตรกรเยี่ยมชมพื้นที่ปฏิบัติงานจริงภายใน วาวา เมล่อน ฟาร์ม อ.เมืองสระแก้ว จ.สระแก้ว รวมถึงตอบข้อซักถามต่าง ๆ เกี่ยวกับการปลูกเมล่อนสายพันธุ์ต่าง ๆ การออกแบบโรงเรือน และความเหมาะสมในการปลูกเมล่อนในโรงเรือน

ต่อเนื่องด้วยการเรียนรู้ในหัวข้อ "การพัฒนาศักยภาพ Smart Farmer สู่ผู้ประกอบการเกษตร" โดย นายสรยุทธ อังคณานุกิจ หรือ อาจารย์พี่ ส. ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI และการตลาด ในประเด็นของการสร้างแบรนด์ด้วยการเรียนการสอนแบบมีปฏิสัมพันธ์กับเกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการด้วยหลักการต่าง ๆ ให้เข้าใจง่าย และเห็นภาพได้ชัดเจนเพื่อนำไปประยุกต์ใช้กับการพัฒนาแบรนด์และผลิตภัณฑ์ของเกษตรกรเอง และเปลี่ยนแนวคิดจากผู้ปลูก สู่เจ้าของธุรกิจผ่าน 9 กลยุทธ์สำคัญ ได้แก่ การปรับแนวความคิด การวิเคราะห์ตลาดแล ะโอกาส การทำเกษตรแม่นยำด้วยเทคโนโลยีและสภาพอากาศ การยกระดับมาตรฐานสากลเพื่อเข้าสู่ตลาด การออกแบบบรรจุภัณฑ์และแบรนด์ การแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน การทำบัญชีฟาร์ม และการเข้าถึงแหล่งเงินทุน

ช่วงบ่าย อาจารย์พี่ ส. ให้ความรู้ต่อในประเด็นของ "การทำตลาดยุคใหม่ด้วย AI Marketing" ด้วยการเวิร์กชอปเทคนิคการขายในยุคดิจิทัลโดยใช้ AI เป็นผู้ช่วย ทั้งการสอนการถ่ายคลิปวิดีโอเพื่อเล่าเรื่อง การไลฟ์ให้คนซื้อผลิตภัณฑ์ การใช้ AI เป็นเพื่อนคู่คิดช่วยคิดไอเดียและสคริปต์ ลำดับภาพ และออกแบบฉลากหรือโลโก้ด้วยสมาร์ทโฟนเครื่องเดียว แอปพลิเคชันสำหรับบริหารจัดการฟาร์มและการเงิน การสร้างหน้าร้านออนไลน์ และการสร้างระบบสมาชิกรวมถึงการปิดการขายอัตโนมัติผ่าน Line Official Account

จากการเข้าร่วมในโครงการนี้ จะช่วยให้เกษตรกรปราดเปรื่องต้นแบบในเขตปฏิรูปที่ดินได้รับการเสริมองค์ความรู้ในมิติต่าง ๆ ตามความต้องการของเกษตรกรเอง ทั้งด้านการจัดการดิน การจัดการน้ำ การสร้างแบรนด์ และการตลาดในยุคดิจิทัลผ่านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI นอกจากนี้ยังได้มีโอกาสในการพูดคุยแลกเปลี่ยนกันระหว่างจังหวัดตลอดระยะเวลาโครงการทั้งในระบบการประชุมทางไกลออนไลน์ Zoom Meeting และผ่านห้องสนทนากลุ่มในแอปพลิเคชัน Line สำหรับพูดคุยเชื่อมโยงเครือข่ายกันหลังจากสิ้นสุดโครงการ ส่งผลให้เกิดเครือข่ายที่เข้มแข็งและมีการถ่ายทอดองค์ความรู้และเชื่อมโยงตลาดกันระหว่างตัวเกษตรกรปราดเปรื่องต้นแบบด้วยกัน 

ป้ายกำกับ
ล่าสุด