image banner

สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

ผอ.สพท. และ ผชช. ร่วมประชุมสัญจรหน่วยงานภายใต้กำกับดูแลของ รองปลัด.กษ. นายกฤษ อุตตมะเวทิน

เมษายน 29, 2569 | ภาพข่าว

วันที่ 29 เมษายน 2569 นายธเนตร พารา ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยี พร้อมด้วย นางอาทิตยา พองพรหม ผู้เชียวชาญด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน เข้าร่วมการประชุมสัญจรภายใต้การกำกับดูแลของรองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นายกฤษ อุตตมะเวทิน) โดยมี นายกฤษ อุตตมะเวทิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในการประชุม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารของ ส.ป.ก. นำโดย นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมไชยยงค์ ชูชาติ ส.ป.ก. ถนนราชดำเนินนอก แขวงบ้านพานถม เขตพระนคร กรุงเทพฯ

ที่ประชุมฯ ได้มีการพิจารณา ผลการเบิกจ่ายงบประมาณของ 5 หน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของรองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อันประกอบไปด้วย สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม กรมพัฒนาที่ดิน กรมชลประทาน กรมฝนหลวงและการบินเกษตร และการยางแห่งประเทศไทย ตลอดจนรับทราบปัญหาและอุปสรรคที่ส่งผลให้การเบิกจ่ายล่าช้า รวมถึงได้ติดตามความคืบหน้า โครงการสร้างระบบพื้นที่กันชนป่าเปียก (GREEN BELT) เพื่อป้องกันไฟป่าระหว่างเขตปฏิรูปที่ดินและพื้นที่ป่าไม้ข้างเคียง

จากนั้นที่ประชุมฯ ได้ติดตามความคืบหน้าโครงการบริหารจัดการน้ำอัจฉริยะด้วยพลังงานสะอาดในพื้นที่โครงการพระราชดำริเพื่อเกษตรกรรมยั่งยืน (ระบบท่อ บ่อ ถัง) เพื่อเป็นต้นแบบของการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืน ช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำและลดต้นทุนพลังงานให้เกษตรกร ซึ่งเป็นความร่วมมือแบบบูรณาการระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีโครงสร้างประกอบไปด้วย แหล่งน้ำ บ่อ ท่อ และถัง มีการใช้ระบบนวัตกรรมระบบส่งน้ำ คือ ท่อ HDPE ผสมยางพาราเพื่อส่งเสริมราคายางพารา โดยกำหนดพื้นที่เป้าหมายนำร่อง 5 จุดดำเนินการในพื้นที่รอบแหล่งน้ำโครงการพระราชดำริที่มีความพร้อม ซึ่งมีเกณฑ์คัดเลือกคือ พื้นที่ที่มีแหล่งน้ำต้นทุนแต่ขาดระบบกระจายน้ำและเกษตรกรที่มีความพร้อมในการรวมกลุ่มบริหารจัดการ กรมชลประทาน เสนอพื้นที่นำร่อง 5 จุดดำเนินการ ใน 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดขอนแก่น จังหวัดร้อยเอ็ด และจังหวัดยโสธร

ในส่วนของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม มีข้อจำกัดคือ ทางหน่วยงานสามารถดำเนินการในพื้นที่ของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมเท่านั้น ซึ่งพบปัญหาว่า พื้นที่นำร่องทั้ง 5 แห่งที่กรมชลประทานพิจารณาเสนอ ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ที่ทางหน่วยงานจะสามารถดำเนินการได้ จึงมีความเห็นขอเปลี่ยนแปลง/เพิ่มเติมพื้นที่นำร่องดังกล่าว เพิ่มเติม 2 แห่ง คือ 1) โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำแม่อาวอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดลำพูน และ 2 ) โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อเสนอกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พิจารณาคัดเลือกพื้นที่ดำเนินโครงการร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยพิจารณาให้สอดคล้องกับภารกิจ อำนาจหน้าที่ และพื้นที่รับผิดชอบของแต่ละหน่วยงานตั้งแต่ระยะเริ่มต้น รวมทั้งกำหนดให้มีการสำรวจและตรวจสอบพื้นที่ร่วมกันก่อนกำหนดพื้นที่ดำเนินการ เพื่อให้การดำเนินโครงการเป็นไปอย่างเหมาะสม สอดคล้องกับข้อจำกัดของแต่ละหน่วยงาน และลดปัญหาการปรับเปลี่ยนพื้นที่ในภายหลัง

ข้อมูล / ภาพ : กิตติคุณ ฤทธินิ่ม, ชาญวิทย์ สิงห์คง กลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สบก.

ป้ายกำกับ
ล่าสุด