สิงหาคม 23, 2569 | ภาพข่าว
สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) โดยสำนักพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยี (สพท.) ได้จัดพิธีมอบโล่เกียรติคุณให้แก่ “แม่ดีเด่นด้านการสืบสานงานศิลป์และวิถีเกษตรกรรม” ภายในพิธีเปิดงาน “สืบสานพระราชปณิธาน สร้างงานเกษตรกรรม เลิศล้ำงานหัตถศิลป์ ท่องเที่ยวถิ่นวิถีไทย” ประจำปี พ.ศ. 2569 โดยมีนายกฤษ อุตตมะเวทิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธี และมอบโล่เกียรติคุณให้กับแม่ดีเด่นด้านสืบสานงานศิลป์และวิถีเกษตรกรรม ประจำปี 2569 จำนวน 3 ท่าน ได้แก่ คุณแม่อุ่นเรือน จันทร์ใด คุณแม่กุแวราย๊ะ กูโน และคุณแม่สำเนียง แก้วดอนไพร
สำหรับการคัดเลือกแม่ดีเด่นด้านการสืบสานงานศิลป์และวิถีเกษตรกรรมนั้น เป็นโครงการของกลุ่มพัฒนาเกษตรกรและเครือข่ายผู้นำ สพท. ดำเนินการโดยคณะกรรมการของ ส.ป.ก. โดยคุณแม่ทั้ง 3 ท่านที่ได้รับการคัดเลือกนั้น มีความโดดเด่นดังนี้
คุณแม่อุ่นเรือน จันทร์ใด : แม่ผู้สร้างสรรค์งานศิลปาชีพบนผืนผ้าครามและท้องนาในรูปแบบเกษตรกรรมยั่งยืน ผู้บุกเบิกกลุ่มทอผ้า “ไทเทิงภู” แห่งเทือกเขาภูพาน อนุรักษ์และพัฒนาลายผ้าครามพื้นบ้านให้คงอยู่ และประยุกต์ให้ทันสมัย พัฒนาผ้าครามเป็นสินค้าที่สร้างรายได้ให้ครอบครัวและชุมชน สามารถส่งออกต่างประเทศได้ เป็นผู้ร่วมผลักดันผ้าครามให้เป็นสินค้า GI ของจังหวัดสกลนคร ผู้สร้างและพัฒนาผืนนาตามแนวทางเกษตรกรรมยั่งยืน เป็นผู้มีความขยันหมั่นเพียร ประหยัดอดออม และเป็นนักต่อสู้กับความยากจน สะสมทรัพย์ทีละน้อย เพื่อจัดหาที่ดินทำกินเป็นของตนเอง ทั้งยังมอบที่ดินบางส่วนเป็นแหล่งส่งเสริมและพัฒนาอาชีพของคนในชุมชน นอกจากนี้ยังถ่ายทอดองค์ความรู้ผ้าครามและการเกษตร ให้กับเยาวชน เกษตรกร ทั้งในชุมชนและเครือข่าย ปลูกฝังและถ่ายทอดให้นายอดิศร จันทร์ใด (บุตรชาย) สามารถสืบทอดการประกอบการของครอบครัวและชุมชน พัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าครามด้วยลวดลายที่ทันสมัย จนเป็นที่ยอมรับในต่างประเทศ
คุณแม่กุแวราย๊ะ กูโน : แม่ผู้สืบสานพระราชดำรัสของพระพันปีหลวง “ขอให้ช่วยกันอนุรักษ์กระจูด และภูมิปัญญาการสานกระจูดไว้ให้คนรุ่นหลัง” แม่กุแวราย๊ะ ประธานวิสาหกิจชุมชนแปรรูปผลิตภัณฑ์กระจูด (กระจูดรายา) ผู้ได้รับแรงบันดาลใจและกลายเป็นความตั้งใจในการทำงานด้านศิลปหัตถกรรมเกี่ยวกับกระจูด เชื่อมโยงการดำเนินวิถีเกษตรกรรม ที่มีบริบทชุมชนเป็นป่าพรุ พร้อมน้อมนำหลักการเกษตรทฤษฎีใหม่ และหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มาประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต แม้มีที่ดินเพียงน้อยนิด ประกอบกับต้องรับผิดชอบดูแลคนในครอบครัว รวมทั้งบุตรอีก 7 คน แต่ก็สามารถนำพาชีวิต ครอบครัว และชุมชน ให้ประสบความสำเร็จ เป็นต้นแบบและเป็นที่ยอมรับของสังคม มีผลงานเชิงประจักษ์และรางวัลมากมาย และรางวัลที่ได้รับล่าสุด คือ “สตรีไทยดีเด่น ประจำปี 2569” จากสภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์
คุณแม่สำเนียง แก้วดอนไพร : แม่ที่เป็นผู้นำและอาสาสมัครงานพัฒนาชุมชน ผู้สร้างการพัฒนาอาชีพด้านงานศิลป์ และอาชีพเกษตรกรรม ผ่านกลไก “ศูนย์เรียนรู้และฝึกอาชีพชุมชนบ้านสวนสำเนียงไพร” ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพด้านงานศิลป์ให้กับชุมชน อาทิ การประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ การสานตะกร้าหวาย และงานจักสานพื้นบ้าน ด้านอาชีพเกษตรกรรม อาทิ การปลูกอ้อยมูลค่าสูง การทำน้ำมันเหลือง การทำยาหม่องสมุนไพร การทำยาดมสมุนไพร ผลิตภัณฑ์สุขภาพ กล้วยแปรรูป น้ำตาลอ้อย ไซรัปอ้อย การผลิตไข่เค็มไบโอชาร์ ทั้งยังถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับคนในชุมชน และเครือข่ายทั่วประเทศ รวมถึงเป็นแม่ผู้ทำหน้าที่บ่มเพาะและพัฒนานายวุฒิชัย แก้วดอนไพร (บุตรชาย) ให้มาสืบสานและต่อยอดองค์ความรู้ของครอบครัวและชุมชน จนได้รับรางวัลเกษตรกรดีเด่น สาขาอาชีพไร่นาสวนผสม ระดับเขต ประจำปี พ.ศ. 2565 และรางวัลระดับจังหวัดอื่นอีกมากมาย