image banner

สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

กพก. ลงพื้นที่บุรีรัมย์ ติดตามการดำเนินงานแปลงใหญ่ และการใช้งานเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร IoT ภายใต้ความร่วมมือ มว.

สิงหาคม 18, 2569 | ภาพข่าว

วันที่ 18 สิงหาคม 2569

กลุ่มพัฒนาเกษตรกรและเครือข่ายผู้นำ โดย นายอัครพนน์ วัฒนธีรธรรม นักวิชาการปฏิรูปที่ดินชำนาญการ และ นางสาวพรทิพย์ เปรมยิ่ง นักวิชาการปฏิรูปที่ดินปฏิบัติการ ลงพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อติดตามการดำเนินงานโครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ และติดตามการใช้งานเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร IoT ภายใต้ความร่วมมือกับสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ

กลุ่มแปลงใหญ่ทุเรียนน้ำแร่โนนสุวรรณ ตำบลโนนสุวรรณ–โกรกแก้ว จังหวัดบุรีรัมย์

กลุ่มมีสมาชิกประมาณ 63 ราย มีการประชุมกลุ่มเป็นประจำทุกเดือนเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการผลิตและการตลาด โดยได้รับการสนับสนุน เครื่องสับย่อยกิ่งไม้ จำนวน 3 เครื่อง เพื่อทำปุ๋ยหมัก สมาชิกสามารถยืมใช้งานได้ในอัตราวันละ 100 บาท รายได้สมทบกองทุนกลุ่ม เกษตรกรส่วนใหญ่ขายผ่านล้ง (เหมาสวน) เพื่อส่งออกไปยังประเทศจีน คิดเป็นประมาณร้อยละ 90 ของผลผลิต โดยมีการทำสัญญาจองและวางเงินมัดจำล่วงหน้าเมื่อผลทุเรียนมีอายุประมาณ 90–100 วัน ทั้งนี้ ยังพบข้อจำกัดด้านต้นทุนการผลิต อาทิ ค่าปุ๋ย ค่ายา ค่าแรงในการตัดแต่งและโยงกิ่ง

แปลงใหญ่ไม้ผล ตำบลโคกมะม่วง อำเภอปะคำ จังหวัดบุรีรัมย์

กลุ่มเกษตรกรได้รับการสนับสนุน เครื่องอบลมร้อน จำนวน 4 เครื่อง เพื่อใช้ในการแปรรูปและเพิ่มมูลค่าผลผลิต โดยกลุ่มผู้ผลิตขนุนได้แปรรูปเป็น ขนุนทอดอบกรอบ จำหน่ายผ่านงาน OTOP งานกาชาด และช่องทางการตลาดที่หน่วยงานภาครัฐสนับสนุน ขนุนสดประมาณ 10 กิโลกรัม สามารถแปรรูปเป็นขนุนทอดอบกรอบได้ประมาณ 1.5 กิโลกรัม โดยใช้เครื่องอบลมร้อนช่วยไล่น้ำมันหลังการทอด ทำให้ผลิตภัณฑ์กรอบและเก็บรักษาได้นานขึ้น อย่างไรก็ตาม กลุ่มยังประสบปัญหาการขาดแคลนแรงงาน โดยเฉพาะขั้นตอนการปอกและฝานขนุน หากมีเครื่องสไลด์ขนุนจะช่วยลดเวลา แรงงานและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

สำหรับกลุ่มผู้ปลูกไม้ผลอื่น ๆ นำเครื่องอบลมร้อนไปใช้แปรรูปกล้วยอบ เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์จากครุภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง

ติดตามการใช้ระบบ IoT ในสวนทุเรียน

เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการสร้างและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร IoT ได้นำระบบมาใช้ควบคุม การเปิด–ปิดวาล์วน้ำเพื่อผสมปุ๋ยแบบอัตโนมัติ สามารถตั้งเวลาการทำงานล่วงหน้า ช่วยลดแรงงานและระยะเวลาในการดูแลสวน พร้อมติดตั้งเซ็นเซอร์ตรวจวัดค่า pH ในดิน เพื่อใช้ตรวจวัดระดับความเป็นกรดด่างให้เหมาะสม (ประมาณ 5.5–5.7) รวมถึงเซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิ ความชื้นในอากาศ เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการบริหารจัดการสวน

จากการตรวจติดตามพบว่าวาล์วน้ำไม่ทำงาน แม้แอปพลิเคชันจะแสดงสถานะเปิดวาล์ว จึงดำเนินการประสานผู้เกี่ยวข้อง พร้อมตรวจสอบสายไฟ เช็กการทำงานของระบบ และทิศทางการติดตั้งวาล์ว ก่อนพบสาเหตุว่า สายไฟชำรุด เมื่อดำเนินการต่อสายไฟเรียบร้อย ระบบสามารถกลับมาทำงานได้ตามปกติ วาล์วเปิดและน้ำไหลเข้าสู่ระบบตามที่กำหนด

การลงพื้นที่ครั้งนี้ นอกจากเป็นการติดตามผลการดำเนินงานของกลุ่มเกษตรกรแล้ว ยังเป็นการรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากเกษตรกร เพื่อนำไปสู่การพัฒนาและส่งเสริมการใช้ เทคโนโลยี นวัตกรรม และการแปรรูปผลผลิต ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่เกษตรกร

ข่าว / ภาพ : กลุ่มพัฒนาเกษตรกรและเครือข่ายผู้นำ

ป้ายกำกับ
ล่าสุด