image banner

สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า

สิงหาคม 21, 2559 | หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า

หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า

         ปัจจุบันสถานการณ์การค้าโลกได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก การค้ามีแนวโน้มที่จะไปสู่ระบบการค้าเสรีมากยิ่งขึ้นภาวะการแข่งขันทางการค้าระหว่างประเทศก็ทวีความเข้มข้นยิ่งขึ้น ดังนั้นประเทศต่างๆ จึงได้ปรับปรุงรูปแบบทางการค้า และใช้มาตรการกีดกันทางการค้าที่มิใช่ภาษีมาปกป้องผลประโยชน์ของตน เช่น มาตรการต่อต้านการทุ่มตลาดและการอุดหนุน ปัญหาการค้าระหว่างประเทศจึงเกิดขึ้นมากมาย ดังนั้นการที่จะหาข้อยุติหรือข้อพิพาททางการค้าจึงเป็นสิ่งที่ต้องกระทำ และเครื่องมือหนึ่งที่จะช่วยบ่งชี้ผู้รับผิดชอบ คือหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Certificate of Origin : CO) คือ เอกสารที่ออกโดยหน่วยงานที่มีอำนาจตามที่ระบุไว้ในแต่ละความตกลงของประเทศสมาชิกภาคีผู้ส่งออก (ผู้ผลิต) เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันการได้ถิ่นกำเนิดของสินค้าที่ส่งมาจากประเทศสมาชิกภาคีผู้ส่งออก (ผู้ผลิต) ซึ่งจะนำมาใช้เป็นหลักฐาน เพื่อขอรับสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรในประเทศสมาชิกภาคีผู้นำเข้า ผู้นำเข้าควรตรวจสอบความถูกต้องของหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า ตามเงื่อนไขที่แตกต่างกันไปตามข้อตกลงของเขตการค้าเสรีแต่ละฉบับก่อนนำมาแสดงต่อกรมศุลกากร
         กฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า (Rules of Origin) คืออะไร

         กฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า (Rules of Origin) เป็นกฎเกณฑ์ที่กำหนดขึ้นเพื่อใช้กำหนดสัญชาติของสินค้า เนื่องจากปัจจุบันการผลิตสินค้าอาจไม่ได้ผลิตภายในประเทศหนึ่งประเทศใดเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
แต่มีการนำเข้าวัตถุดิบ หรือชิ้นส่วนจากหลายประเทศ เพื่อให้การผลิตสินค้ามีต้นทุนต่ำที่สุด กฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้าจึงเป็นเกณฑ์มาตรฐานสำหรับใช้จำแนกว่าสินค้านั้นมีถิ่นกำเนิด ณ ประเทศใด

         กฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้ามีกี่ประเภท
กฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้าจำแนกตามแหล่งที่มาของวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตสินค้าโดยจำแนกได้ 2 ประเภท คือ 
          1. กฎการใช้วัตถุดิบในประเทศทั้งหมด (Wholly Obtained : WO) จะใช้ในกรณีใดบ้าง
ในกรณีที่สินค้าส่งออกที่ผลิตขึ้นโดยใช้วัตถุดิบในประเทศทั้งหมด หรือสินค้าที่ทั้งหมดได้จากประเทศ
ผู้ส่งออกได้แก่ การขุดเจาะแร่จากพื้นดิน ผลผลิตจากธรรมชาติ พื้นน้ำ หรือท้องทะเลของประเทศนั้น ผลิตผลทางการเกษตร ซึ่งเก็บเกี่ยวได้ในประเทศนั้น สัตว์ที่มีกำเนิดและเลี้ยงให้เติบโตตั้งแต่เกิดในประเทศนั้น เป็นต้น
        
          2. กฎการแปรสภาพอย่างเพียงพอ (Substantial Transformation : ST) จะใช้ในกรณีใดบ้าง
ในกรณีที่สินค้าไม่ได้ใช้วัตถุดิบในประเทศทั้งหมด สินค้าจะได้ถิ่นกำเนิดสินค้าจะต้องเป็นสินค้าที่ได้ผ่านกระบวนการผลิตภายในประเทศที่ทำให้สินค้านั้นมีการเปลี่ยนแปลงสภาพอย่างเพียงพอ หรือถ้ามีมากกว่าหนึ่งประเทศเกี่ยวข้องในกระบวนการผลิตจะพิจารณาให้กับประเทศที่กระบวนการผลิตทำให้มีการเปลี่ยนแปลงสภาพอย่างเพียงพอครั้งสุดท้าย (Last Substantial Transformation) การพิจารณาว่าสินค้าที่มีกระบวนการผลิตโดยการแปรสภาพอย่างเพียงพอพิจารณาได้จาก 3 ลักษณะ ดังนี้ การใช้สัดส่วนมูลค่าเพิ่มภายในประเทศ (Regional Value Content : RVC) การเปลี่ยนพิกัดอัตราศุลกากร (Change in Tariff Classification : CTC) เกณฑ์การใช้กระบวนการผลิต (Processing Operation)

          2.1 การใช้สัดส่วนมูลค่าเพิ่มภายในประเทศ (Regional Value Content : RVC) มีลักษณะอย่างไร
การใช้สัดส่วนมูลค่าเพิ่มภายในภูมิภาค (Regional Value Content : RVC) หรือ วัตถุดิบภายในประเทศ (Local Content : LC) เป็นการกำหนดอัตราส่วนต่ำสุดของวัตถุดิบภายในประเทศที่ใช้ในการผลิตที่ถือว่าประเทศนั้นเป็นถิ่นกำเนิด เช่น อาเซียนกำหนดสัดส่วนวัตถุดิบภายในประเทศผู้ผลิตไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของสินค้าสำเร็จรูปที่ส่งออก
          2.2 การเปลี่ยนพิกัดอัตราศุลกากร (Change in Tariff Classification : CTC) มีลักษณะอย่างไร
เกณฑ์การเปลี่ยนพิกัดอัตราศุลกากรนี้จะพิจารณาเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างเลขพิกัดอัตราศุลกากรของวัตถุดิบที่นำเข้ากับเลขพิกัดอัตราศุลกากรของสินค้าส่งออกที่เปลี่ยนไป โดยสินค้าจะสามารถได้ถิ่นกำเนิด เมื่อนำเข้าวัตถุดิบมาผ่านกระบวนการผลิตแล้ว มีการเปลี่ยนจากประเภทพิกัดฯ หนึ่งไปเป็นสินค้าในประเภทพิกัดฯ อื่น ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงพิกัดอัตราศุลกากรแบ่งได้ 3 ระดับ คือ
  • การเปลี่ยนแปลงพิกัดฯ ในระดับ 2 หลัก (Change of Chapter : CC) หรือการเปลี่ยนพิกัดในระดับตอนพิกัด คืออะไร
    การเปลี่ยนแปลงพิกัดฯ ในระดับ 2 หลัก (Change of Chapter : CC) หมายถึง สินค้าจะได้ถิ่นกำเนิดเมื่อนำเข้าวัตถุดิบมาผ่านขบวนการผลิตแล้วทำให้พิกัดสินค้าส่งออกเปลี่ยนแปลงจากตอนพิกัดหนึ่งเป็นตอนพิกัดอื่น เช่น การผลิตน้ำสับปะรด ซึ่งเปลี่ยนจากสับปะรดสดตอนพิกัด 08 (0804.30) เป็นน้ำสับปะรดตอนพิกัด 20 (2009.41) เป็นต้น
  • การเปลี่ยนแปลงพิกัดฯ ในระดับ 4 หลัก (Change of Tariff Heading : CTH) หรือการเปลี่ยนพิกัดศุลกากรในระดับประเภทพิกัด คืออะไร
    การเปลี่ยนพิกัดฯ ในระดับ 4 หลัก (Change of Tariff Heading : CTH) หมายถึง สินค้าจะได้
    ถิ่นกำเนิดเมื่อนำเข้าวัตถุดิบมาผ่านขบวนการผลิตแล้วมีการเปลี่ยนจากประเภทพิกัดหนึ่งไปเป็นสินค้าในประเภทพิกัดอื่น เช่น ไม้ท่อนถากเอาเปลือกออกแล้ว (พิกัด 4403) นำเข้ามาแปรรูปเป็นแผ่นไม้พลายวู้ด (พิกัด 4408)
  • การเปลี่ยนแปลงพิกัดฯ ในระดับ 6 หลัก (Change of Tariff Subheading : CTSH) หรือการเปลี่ยนพิกัดในระดับประเภทย่อย คืออะไร
    การเปลี่ยนแปลงพิกัดฯ ในระดับ 6 หลัก (Change of Tariff Subheading : CTSH) หมายถึง สินค้าจะได้ถิ่นกำเนิดเมื่อนำเข้าวัตถุดิบมาผ่านกระบวนการผลิตแล้ว มีการเปลี่ยนจากประเภทพิกัดย่อยหนึ่งไปเป็นสินค้าในประเภทพิกัดย่อยอื่น เช่น ส่วนประกอบเครื่องปรับอากาศ (แชสซีส์) (พิกัด 8415.90) นำเข้ามาแปรรูปเป็นเครื่องปรับอากาศแบบติดหน้าต่าง (พิกัด 8415.10)


           2.3 เกณฑ์การใช้กระบวนการผลิต (Processing Operation) มีลักษณะอย่างไร เป็นเกณฑ์การได้ถิ่นกำเนิดโดยผ่านกระบวนการผลิต (Processing Operation) เป็นการพิจารณา
การผลิตจากกระบวนการผลิตจากวัตถุดิบนำเข้าจนได้สินค้าส่งออกที่มีสาระแตกต่างไป โดยไม่คำนึงถึง
การเปลี่ยนแปลงพิกัดอัตราศุลกากรของสินค้านั้น ซึ่งอาจจะมีหรือไม่มีการเปลี่ยนเลขพิกัดอัตราศุลกากรแต่อย่างใดก็ได้ เช่น การใช้ปฏิกิริยาทางเคมี (Chemical Reaction) การทำให้บริสุทธิ์ (Purification) เป็นต้น

           หลักเกณฑ์การสะสมถิ่นกำเนิดสินค้า (Accumulation) เป็นกรณีที่สินค้าได้ถิ่นกำเนิดในประเทศหนึ่ง ถูกนำมาใช้เพื่อเป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตสินค้าสำเร็จรูปในอีกประเทศหนึ่งเพื่อให้ได้ถิ่นกำเนิดสินค้าตามข้อตกลงง่ายขึ้น

           หลักเกณฑ์มูลค่าขั้นต่ำในการผ่อนปรน (De Minimis) สินค้าที่ไม่ผ่านการเปลี่ยนพิกัดอัตราศุลกากรจะถือว่าได้ถิ่นกำเนิด ถ้ามูลค่าของวัสดุที่ไม่ได้ถิ่นกำเนิดที่ใช้ในการผลิตสินค้าซึ่งไม่ผ่านการเปลี่ยนพิกัดอัตราศุลกากรที่กำหนด คิดเป็นสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 10 ของมูลค่า FOB ของสินค้า และสินค้านั้นเป็นไปตามหลักเกณฑ์การได้ถิ่นกำเนิดอื่น ๆ ที่กำหนด

          ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการดำเนินการและการแปรสภาพเพียงเล็กน้อย (Minimal Operation) ถ้าสินค้านั้นนำเข้ามาเพื่อส่งออกโดยไม่ผ่านกระบวนการแปรสภาพอย่างเพียงพอถือว่าสินค้านั้นไม่ได้กฎถิ่นกำเนิดสินค้า เช่น การนำมาคัดเลือกขนาด ทำความสะอาด หรือ บรรจุหีบห่อเพื่อส่งออก การเก็บรักษาสินค้าให้อยู่ในสภาพดี เพื่อการขนส่งหรือการจัดเก็บ เป็นต้น

         หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า ที่ได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร สินค้าจะต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
          1. สินค้าจะต้องอยู่ในบัญชีรายการสินค้าที่ได้รับสิทธิพิเศษฯ ของประเทศผู้ให้สิทธิ
          2. สินค้าจะต้องมีคุณสมบัติถูกต้องตามกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้าหรือหลักเกณฑ์เงื่อนไขการให้สิทธิพิเศษฯ
          3. สินค้าจะต้องส่งโดยตรงจากประเทศที่ได้รับสิทธิพิเศษฯ ไปยังประเทศผู้ให้สิทธิ
          4. มีหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้านำไปแสดงต่อศุลกากรของประเทศผู้นำเข้า

ป้ายกำกับ
ล่าสุด